แล้ววันนี้ก้อมาถึง
วันที่สามารถอัพไดฯ โดยไม่ต้องดองจนเค็มก่อน อิอิ
แปลกใจชิม่ะ...^^
ฮ่า ๆ ๆ เจ้านายไม่อยู่ หนู(ดำ)ร่าเริง กิ๊วก๊าวกันไปสบายหล่ะฉัน 
และอีกอย่าง อยากรีบบันทึกก่อน
ไม่งั้นความทรงจำที่นับวันจะเป็นปลาทอง จะเลือนหายไปเสียก่อน...
ทริปนี้ปุ๊บปั๊บอีกแล้วหล่ะ พอดีคุยเล่น ๆ กับเล็ก
ว่าอยากไปทำบุญปิดทองรอยพระพุทธบาท ที่เขาคิชฌกูฎ จ.จันทบุรี เป็นความตั้งใจอันสูงของเรา
จริง ๆ อยากจะไปตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ติดว่าตัวคนเดียวเดินทางคงไม่สะดวก
อีกอย่างเห็นว่าจังหวะเหมาะพอดี
ที่เจ้านายไม่อยู่ อาทิตย์นี้พอดี เล็กตกลงทันที เพราะตัวเล็กเอง
ก้ออยากไปเหมือนกัน กำลังคิดอยู่พอดี แต่กลัวว่าเราจะไปด้วยไม่ได้
ด้วยตอนแรก นัดกันจะไปวัน ศุกร์ (วันนี้แหละ) แต่ว่า พี่อีกคนจะหยุดวันศุกร์เหมือนกัน ทำให้เรา
ต้องเลื่อนมาให้เร็วขึ้นมาเป็นวันพฤหัสบดีแทน และอีกอย่าง
พี่แสก ร้อง(เหมือนเด็กเลย ) ตามไปด้วย
ตัวพี่เสกเองก้อหยุดได้แค่วัน พฤหัส เหมือนกันอีก อ่ะ ไปวันพฤหัสก้อพฤหัส
การเดินทางของพวกเราจึงเริ่มขึ้นในคืนวันพุธ
(โดนให้เปลี่ยนวันหยุดตอนเที่ยงวันพุธ วุ่นวายไปหมด ของก้อยังไม่เตรียมเลย ต้องไปคืนนี้แหล๊ะ)
เลิกงานต้องรีบนั่งแท็กซี่กลับบ้าน เพราะกลัวเล็กกับบอยจะรอ
เพราะที่นี้ ขึ้นชื่อมากเรื่องคนเยอะมาก............ก อาทิตย์ก่อนป้าของเราไปมา
กลับมาเห็นบอกว่าขึ้นไม่ได้ พวกเราเลยกลัวว่าถ้าไปแล้วจะเป็นแบบนั้น
จึงรีบออกเดินทางแต่หัวค่ำเชี๊ยะ

(ค่ำคืน) วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ.2552
สองทุ่ม เล็กกับบอยก้อมาถึงห้อง ส่วนตัวเราเพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ
รอพี่เสกอีกคน พวกเราเริ่มออกเดินทางจากลาดพร้าว
ตอนประมาณ 2 ทุ่มกว่า ตอนแรกกะว่า นอนในรถก่อนแล้วค่อยขึ้นเขาตอนตี 4
คิดว่าไปถึงข้างบน คงเห็นพระอาทิตย์ขึ้นทันที
แล้วนั่งจิบกาแฟ เฮ้ย! ไม่ใช่ ปิดรอยพระพุทธบาทท่ามกลางพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า...ว้าวสุดยอด
(ความคิดตอนนั้นช่างบรรเจิด )
พวกเราไปถึงประมาณ ตี 1 แต่แล้ว...
มีคนบอกว่า ข้างบนมีที่นอน ให้ขึ้นไปบนเขาเลย
อ่ะ. ข้างบนมีที่นอนด้วยเหรอ เพิ่งรู้นะเนี่ย เอ้า! ขึ้นก้อขึ้น
โอ้วแม่เจ้า...ถ้าใครเคยไปไหว้ที่เขาคิชฌกูฎ จะรู้เลยว่าเราต้องขึ้นรถกระบะที่ทางสถานที่จัดให้
เพราะทางชันมาก ขึ้นเขา โหนกันเป็นชะนีเลยฉัน 
ดีนะที่นั่งด้านในสุด มีที่โหนสะดวก ถ้านั่งหลังสงสัยโดนคนข้างหน้าไหลมาทับตกเขาไปแล้วมั้ง...
แต่ก้อมันส์ดีวุ้ย...
ยอมรับเลยว่าพวกพี่เค้าขับเก่งมากกก ทำได้ไงอ่ะ ถนนก้อลื่นเป็นสีโคลนสีน้ำตาลแดง ๆ
การขึ้นเขาต้องเปลี่ยนรถถึง 2 คัน ซึ่งจะมีชั้นแรกกับชั้นที่สอง
เสียค่าตั๋ว ชั้นละ 50 บาท
ขึ้นถึงชั้นบน ก้อต้องเดินต่อไป เห็นมีคนบอกว่า เดินขึ้นประมาณ 1 กิโล ได้ยินตอนแรก
โอ้ย..แค่นี้ Cill Cill
(ทั้ง ๆ ที่ม๊านยังไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย หรือวิ่งเล๊ย)
เดินได้ไม่ถึง 5 นาที อยากเดินกลับเลย แบบว่าเหนื่อยโพด ๆ อากาศตอนนั้น(จะตี 2 อยู่แล้ว)
ออกจะหนาวด้วยซ้ำ แต่เหงื่อเนี้ยแตกพลั่ก ๆ ยัยนี่หน้าจะมืด

แต่ก้อต้องเดินต่อเพราะแรงศรัทธาที่เรามีต่อรอยพระพุทธบาท เราต้องใจอยากจะมาตั้งแต่
ปีที่แล้ว แต่ก้อไม่มีโอกาส ปีนี้มีโอกาสแล้ว อย่ายอมแพ้ ฮึบ...
เดินระหว่างทางจะมีพระ เทพ ให้ขอพรตลอดทาง โดยมีข้อแม้ว่า (เค้าบอกมาอีกที)
ต้องขอได้อย่างเดียว ไหว้ที่นึงขออย่างนึง ไหว้อีกที่ก้อขออีกอย่างนึง
ห้ามโลภ ขอหลายอย่างจากที่เดียว อิอิ
พวกเราเดินไหว้ขอพรตลอดทางเลย
สนุกดีเหมือนกัน แห๊ะ...

เดินจนเหลืออีกประมาณ 100 ม. (หรือปล่าวไม่แน่ใจ เพราะรู้สึกว่าแค่ไม่กี่เมตรก้อหอบจะแย่แล้ว)
หมดแรง ขอนักพักกินน้ำก่อน
(สภาพอาจจะดูไม่ได้ เพราะเหนื่อยมากกกก.......กคร๊า)

แล้วเราก้อถึงด้านบนจนได้
ก่อนที่ลมหายใจจะหมดตัวเสียก่อน เอิ๊กส์..... (ถึงรอยพระพุทธบาทตอนตี 3.45 น.)
แล้วเราก้อเห็นที่นอนจนได้
แบบนี้
(เออแบบว่าไม่กล้าจริง ๆ กลัวคนเดินไม่มองแล้วเหยียบหัวเอา 555+)

คนมากมายมหาศาล พี่เค้าบอกว่า "วันนี้ยังน้อยนะ"
ห๊า..ยังมีเยอะกว่านี้อีกเหรอเนี้ย
เห็นหลวงพ่อเขียนคนนั่งเยอะแยะ แต่เข้าไม่ได้ ขอดูอยู่ข้างนอกแล้วกัน

พวกเราจึงรีบเดินไปปิดทองรอยพระพุทธบาทต่อ
แต่คนมากมายเข้าไม่ถึงต้องรอให้
คนรอบก่อนหน้านี้ออกมาก่อน ถึงจะเข้าได้....

นั่งรอตามโคดหินกันไป

พวกเราถือว่าโชคดีมากเพราะถึงตอนที่พวกเรา
เดินเข้าไปปิดทองนั้น เป็นจังหวะที่ ทำวัตรเช้าพอดี จึงได้อยู่ร่วมสวดมนต์
ทำวัตรเช้าพร้อมกับพระพอดี อากาศตอนนั้นหนาวมาก
ตอนนั้นจำได้ว่าประมาณตี 4 หมอกยิ่งหนา ลมยิ่งแรง โชคดีที่มีเสื้อคลุมมาไม่งั้นหนาวมาก ๆ เชียวหล่ะ
แต่ไม่น่าเชื่อว่า ความรู้สึกสดชื่น มีความสุขแบบบอกไม่ถูกจริง ๆ
(นั่งตรงหินลาดชัน จะไถลหล่นมาหลายรอบ เอานิ้วเท้าจิก จนเจ็บเล็บไปหมดเลย อิอิ)
พอไหว้กันเสร็จ เรากับเล็ก หลงกัน โทรหาเล็กกับบอย
บอกว่าไม่ไหวแล้ว ขอกลับลงไปนอนที่รถก่อน แต่เราคงยังไม่กลับ เพราะจุดมุ่งหมายของเราต่อไปคือ
"ผ้าแดง"
จำได้ว่า มีคนเคยบอกว่า ถ้าใครไปถึง "ผ้าแดง" ขออะไรก้อได้หนึ่งอย่าง จะสมความปรารถนา
ตอนนั้นถามเจ้าหน้าที่ว่าไปอีกเท่าไหร่
ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าอีก 1.5 กิโล ไปกลับรวมเป็น 3 กิโล

ห๊า...ตอนนี้ ขาสั่นดิก ๆ เลย หันไปถามพี่เสกว่า จะไปต่อไหม พี่เสกหันกลับมาถามว่า
แล้วเราจะไปต่อหรือปล่าวหล่ะ เราตอบอย่างมั่นใจเลยว่า เราอยากไปต่อมาก
เพราะเป็นความตั้งใจแต่แรกแล้ว
พี่เสกจึงบอกว่า งั้นเราก้อไปต่อกันเลย ค่อย ๆ เดินเรื่อย ๆ ก้อได้
จำได้ว่าตอนนั้นประมาณ 04.40 น.
ทางเดินสุดยอดมากเลย มีทั้งชันแล้วก้อทั้งลาด แถมลื่นอีกต่างหาก
เดินไปมีฝนตกบ้างประปราย แถมเดินไปหมอกเต็มป่าเลย
เราเดินจนถึงครึ่งทาง คนที่เดินสวนกลับมาถามว่า เรามีไฟฉายหรือปล่าว เพราะทางข้างหน้า
ไม่มีไฟ มืดมาก ถ้าไม่มีไฟฉายหล่ะก้อ เดินทางต่อไม่ได้แล้ว
อ้าว...ทำไงดีหล่ะ เราเอามานะ แต่เบล เอาไปเล่นติดมือกลับไปด้วยนะสิ 
คิดเอาว่า เด๋วใครเดินตามมาก้อจะอาศัยไฟเค้าเดินไปด้วย
ไม่มีใครเดินตามมาเลย เดินจนถึงจุดที่มืดแล้ว เจอผู้หญิงกับผู้ชายอยู่คู่นึง เค้าหยุดไหว้พระพอดี
จึงขอเค้าเดินทางไปด้วย... อยากบอกว่าต้องขอบคุณมากเลย
ทั้ง ๆ ที่เค้าทั้งสองมีไฟฉายคนละอัน แต่เค้ามีสำรองอีกหนึ่งอัน เค้าให้เราทันที 
ขอบคุณจริง ๆ กับการมีน้ำใจครั้งนี้
ทำให้ความตั้งใจของเราได้เดินทางต่อไป จนถึงจุดมุ่งหมาย
จำได้ว่าถึง ผ้าแดง ประมาณ 05.45 น.
เราสองคนเดินกลับมาพร้อมท้องฟ้าที่เริ่มสว่างขึ้นเรื่อย ๆ แบบความสุขที่เราได้ทำตามที่ตั้งใจได้แล้ว
(ไม่บอกหรอกว่าขออะไร แต่คิดว่าคนที่อ่านไดอารี่บ่อยคงรู้ว่าเราอยากขออะไรเนอะ)

เดินกลับมาไม่ถึงครึ่งทาง (ของทางไปผ้าแดง)
ท้องฟ้าก้อสว่าง เดินผ่านอยู่จุดนึง เห็นวิวสวยมากเลย รีบปีนขึ้นบนหินก้อนใหญ่
ไปถ่ายรูป เก็บเป็นที่ระลึกว่าเราได้มาพิชิตแล้วน๊า


เห็นจุดขาว ๆ ไหม นั่นแหละที่ลานจอดรถหล่ะ
ไม่น่าเชื่อว่าเราจะขึ้นมาได้สูงขนาดนี้...

ถ่ายรูปตัวเองเสียหน่อย...ว่ามันโทรมแค่ไหน
แบบว่า ไม่ได้นอนทั้งคืน แถมยังตั้งหน้าตั้งตาปีนเขาแบบเอาเป็นเอาตายอีก...เหอ ๆ

ได้เวลากลับกันแล้ว นั่งรถกระบะที่ทางสถานที่จัดให้เหมือนเดิม
ขามามันมืดมองไม่เห็นทางตอนขึ้น
แต่พอขากลับเห็นทางลงเท่านั้นแหละ
อุ้ยตาย...เสียววุ้ย
ขามา ไหลไปรวมกันท้ายรถ ขากลับก้อไหลมารวมกันหน้ารถแทน อิอิ

ลงมาถึงข้างล่าง รีบไปอาบน้ำกันก่อน
แล้วปรึกษากันว่าจะไปเที่ยวไหนกันต่อ คิดไม่ออก ตัวเราอยากไป เกาะล้าน
พวกเราจึงลงมติกันว่าขับรถกลับมา พัทยา เพื่อไปเที่ยว
เกาะล้าน ต่อดีกว่า
(ฮึดจริง ๆ ยัยนี่ เล็กกับบอยได้นอนแล้ว เพราะลงมาก่อน แต่เราจะไปต่อเฟ้ย)
ขอเล่าถึงการไปเกาะล้านหน่อย
จะบอกว่า บ้านนอกมากคร๊า แบบว่าไม่เคยมาพัทยานานแล้ว ไม่รู้อ่ะว่าท่าเรืออยู่ไหน
และเล็กกับบอยก้อจะหาที่พักในตัวพัทยาด้วย
(ส่วนตัวเรากลับรถทัวร์ตอนเย็นเลย)
นึกถึงพี่เจี๊ยบ คุณแม่น้องนาเดียทันที แต่น่าเสียดายไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนอ่ะ
เลยไม่รู้ว่าจะติดต่อทางไหนดี หลงกันในพัทยาตั้งนาน

แต่ความพยายามเป็นเลิศขนาดนี้ มีหรือจะไม่เจอท่าเรื่อ
แล้วเราก้อได้ไปเที่ยว เกาะล้านกันต่อ...อิอิ
ถ่ายรูปเก็บไว้ก่อน เห็นใคร ๆ ถ้าไปเกาะล้านต้องถ่ายจุดนี้ทุกที
งั้นเราจะพลาดได้งั้น...ถ่ายม๊างงง






การเที่ยวเกาะล้านคราวนี้
อยากบอกว่าไม่สนุกเลย คงเป็นเพราะเพลียด้วยแหละ
และอีกอย่างเสียค่าโง่ไปเยอะ เอาไว้ถ้ามีเวลาว่างจะมาเล่าให้ฟังแล้วกันเนอะ
(เด๋วเรื่องมันจะยาวกว่านี้อีก เหอ ๆ)
ไม่ได้ถ่ายรูปมาเลย เพราะเริ่มขี้เกียจแถมร้อนมากด้วยอ่ะ
แต่ยอมรับว่า ทะเลสวยมาก เห็นแล้วอยากจะวิ่งลงไปเล่นน้ำทะเลทันที
น่าเสียดายที่ วันพรุ่งนี้เราต้องทำงานแล้วสิ
หยุดต่ออีกวันไม่ได้อ่ะ เอาไว้คราวหน้าถ้าว่างอีก เราคงต้องได้เจอกันแน่เกาะล้านจ๋า...
ขากลับ หลับตลอดทางเลย จนถึงห้อง
ยาวไปยั๊นเช้าเลยอ่ะ ใครมาส่งบ้างจำไม่ได้อีกแล้ว 555+
รู้แต่ว่า เหนื่อยมากแต่ก้อมีความสุขนะเออ...

ไหน ๆ ก้อยาวแล้ว
ขอเพิ่มอีกนึ๊ดนึง เห็นไดอารี่ที่ผ่าน ๆ มามีคนทักว่าผอม
ตอนนี้ไม่ผอมแล้วอ่ะ หลังจากไปนอนให้น้ำเกลือมา ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันบวมได้ขนาดนี้

ตอนนี้กะว่าคงต้องลดด่วนแล้วหล่ะ เด๋วมีคนไม่เชื่อ เอารูปตอนงานเลี้ยงที่บริษัทมาให้ดู
มาพอใส่ชุดเข้าไปแล้วบวมแค่ไหน เฮ้อ กลุ้มจ๊าย...เฟ้ย




++คนนี้แหละเจ้านาย...เราเอง สวยป่ะ++

สองรูปหลังเปลี่ยนชุดหล่ะ ไปเที่ยวต่อ ....ฮ่า ๆ ๆ 

เห็นม๊า...อ้วนขึ้นเยอะเลยอ่ะ
คงต้องพักการกินชั่วคราวก่อนตอนนี้ เพราะมีความรู้สึกว่ากินอะไรนิดเดียวก้ออ้วนแล้วอ่ะ
ไว้เจอกันคราวหน้าต้องมาให้ผอมกว่านี้ให้ได้ เหอ ๆ
วันนี้คงต้องจบก่อน เพราะยาวเหลือเกิน (เพิ่งรู้สึกเหรอ) พบกันใหม่ไดอารี่ตอนหน้าจร๊า

|