
หนุ่มน้อยวัย 1 ขวบครึ่งของแม่ ช่วงวัยนี้ลูกกำลังน่ารักน่าชัง ช่างพูด ช่างเจรจา แถมขี้อ้อนอีกด้วย พ่อ-แม่จึงหลงลูกหัวปักหัวปำ จริงๆ แล้วแม่อยากบันทึกทุกเรื่องราวของลูก แต่บางอย่างอธิบายไม่ได้ แต่พอนึกทีไรแม่อดยิ้มไม่ได้สักที เอาเป็นว่าแม่คิดอะไรได้ก็บันทึกแล้วกันนะครับ

อาบน้ำ
ปกติแม่จะกำหนดเรื่องการอาบน้ำของลูก เช้า กลางวัน เย็น เดี่ยวนี้ลูกเริ่มรู้เวลาการอาบน้ำแล้ว ถ้าช้าเค้าก็จะทวง แม่ อับน้ำ หรือถ้ากลางวันเล่นเหนื่อยเค้าก็จะวิ่งมาบอกเองว่า แม่ อับน้ำ การอาบน้ำจึงไม่ใช่ 3 เวลาอีกต่อไป ไปดูขั้นตอนการอาบน้ำของเด็กวัยนี้กัน เริ่มตั้งแต่
ถอดเสื้อผ้า : ทำได้แค่ยกเสื้อขึ้น ดึงออกจากไหล่และหัวไม่ได้ กางเกงถอดได้บ้างไม่ได้บ้างแล้วแต่ขาสั้นหรือยาว
ถือฝักบัวและขันน้ำ : ถือฝักบัวรดตัวซ้ายขวาได้ ใช้ขันตักน้ำจะอาบด้านหน้าได้ แต่พอบอกให้ราดหลัง กลับราดหัวตัวเองทุกที
แปรงฟัน : ดูดๆ อมๆ ยังแปลงเองไม่ได้ บ้วนปากได้ ชอบมองแม่แปรงฟันแล้วยิ้ม
ถูสบู่ : ถูได้แต่พุงกับแขน อย่างอื่นไม่ยอมทำ
เช็ดตัว : ไม่ยอมเช็ดเอง คนอื่นเช็ดก็วิ่งหนี
ทาแป้ง : ชอบทาเองตอนแรกเอาแป้งใส่มือทาหัวทุกที แม่สอนให้ทาแก้มทั้งสองข้างทำได้ดี และชอบทาพุง
ใส่เสื้อผ้า : ใส่เสื้อผ้าเองไม่ได้แต่ปฏิบัติตามที่บอกได้ เช่น เอาแขนมาใส่เสื้อซิ ข้างนี้ด้วย ติดกระดุมด้วย (พยายามติดแต่ทำไม่ได้) ยกขาใส่กางกาง หยิบแพมเพริสมาให้แม่ นั่งลงแม่จะพับขากางเกงให้
ขั้นตอนการอาบน้ำทำได้บ้างไม่ได้บ้าง แต่แม่ก็ดีใจที่ลูกสนใจเรียนรู้ และอยากทำด้วยตัวเอง

ผมเป็นสมาชิกคนหนึ่ง
เวลาทานข้าวแม่จะป้อนน้องฟลุ๊คก่อน เสร็จแล้วแม่ก็จะทานพร้อมสมาชิกคนอื่นๆ แต่แม่ลืมไปว่าลูกไม่ใช่เบบี้อีกต่อไป และลูกก็เรียกร้องสิทธิ์นั้นทันที ทุกคนประจำที่ ลูกชายแม่รีบบอกทันที แม่นั่ง แล้วปีนขึ้นมานั่งร่วมวงด้วย ให้นั่งในตักก็ไม่ยอม ต้องมีเก้าอี้ส่วนตัว แม่เห็นลูกพยายามหยิบโน้น ตักนี่ แม่ไม่ปล่อยโอกาสการเรียนรู้ของลูกเหมือนกัน รีบตักข้าวให้ลูกใหม่อีกจาน ลองให้เค้าทานเอง ไม่ได้วางชามข้าวบนโต๊ะหรอกนะ (มันสูง) วางจานบนเก้าอี้ที่ลูกนั่งถึงแม้จะหกบ้าง เลอะแก้มบ้าง แต่ก็เป็นภาพที่น่ารัก แม่จำได้แม่เคยสอนลูกทานข้าวเองหลายครั้งช่วงแรกๆ หกเยอะมาก แทบไม่มีเข้าปากเลย แต่ตอนนี้ทำได้ดีขึ้นมากแล้ว (หลังจากนี้คงไม่ได้หัดอีก) แต่สู้ทานน้ำจากแก้วไม่ได้ อันนี้ลูกทำได้ดีตั้งแต่แรก เดี๋ยวนี้แม่ไว้ใจให้ลูกหยิบแก้วทานเอง ลูกทานเสร็จก็จะเอามาคืนทุกที คนอื่นอาจจะกลัวแก้วแตกบาดลูก แต่เราก็คอยดูเค้าอยู่ แม่ไม่เคยเสียดายแก้ว แต่แม่เสียดายถ้าห้ามลูกเรียนรู้ อีกอย่างแม่เคยหัดให้ลูกทานนมจากแก้วแล้ว แต่ลูกทานเหมือนทานน้ำ (ทานแค่อึกเดียว) ยังไม่ประสบความสำเร็จ (เพิ่งสอนครั้งเดียวเอง)

ผมก็มีหัวใจ อย่าบังคับผมนะ
แม่สังเกตว่าตั้งแต่ลูกโตเป็นเด็กปี ลูกจะไม่ยอมให้ใครบังคับ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ จึงทำให้แม่และคนเลี้ยงปวดหัวไม่ใช่น้อย อาจเป็นเพราะแม่ไม่เข้าใจลูก และลูกยังเล็กเกินไปที่จะรับรู้ความหวังดีของแม่ จนแม่เพิ่งรู้ว่าตัวแม่เองนั่นแหละที่ไม่เข้าใจลูก คอยคิดว่าลูกเป็นเด็กตัวเล็กๆ อยู่เรื่อย แต่ลืมไปว่าลูกเป็นตัวของตัวเองแล้ว อย่างเช่น

ทานยา
ตอนเด็กๆ ลูกทานยาง่ายมากๆ แค่จับให้นอนเหมือนให้นมแม่ ป้อนยาได้สบาย และแม่ก็ใช้วิธีนี้มาตลอด พอช่วงหลังลูกไม่ยอมทานยาวิธีนี้ก็หาว่าลูกทานยายาก แม่สอนวิธีบ้วนปากลูกก็เอาวิธีนี้มาบ้วนยาทิ้งทำให้แม่หนักใจไม่ใช่น้อย เพราะถ้าไม่ทานยาลูกก็ไม่หายสักที จนวันหนึ่งแม่เห็นคุณหมอพูดคุย หลอกล่อ ลูกและลูกก็สมัครใจกินเอง แม่ถึงได้เข้าใจว่าวิธีเดิมใช้ไม่ได้ผลแล้ว มาถึงบ้านแม่รีบปฏิบัติเลย ไม่จับเค้านอนเหมือนตอนเด็กๆ (โตแล้วนั่งทานได้แล้ว) และหลอกล่อ เชิญชวน จนลูกยอมทานยาเอง พอเห็นขวดยาลูกก็ไม่เคยวิ่งหนีเลย คุณหมอให้ยามาสามขวด ลูกนั่งทานกับแม่แป๊บเดียว ทานแค่ 2 ครั้งก็หาย สบายใจทั้งคุณแม่และคุณลูก

แปรงฟัน
ตอนเด็กๆ เอาผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดลิ้น เช็ดปากไม่เคยร้อง แต่พอโตขึ้นแค่เห็นผ้าชุบน้ำ หรือแปรงสีฟันรีบเม้มปากแล้ว อย่าได้จับอ้าเชียว ร้องบ้านแตก สร้างความปวดหมองให้แม่พอสมควร นมมื้อดึกก็ยังไม่เลิกทาน แม่กลัวลูกฟันผุจัง ปล่อยให้ลูกแปรงเองก็ยอมแต่แค่อมๆ ดูดๆ จะสะอาดได้อย่างไร แม่จึงใช้วิธีการบังคับถึงแม้ลูกจะร้องก็ตาม คุณหมอบอกว่าให้แปรงทุกวันอย่างน้อย 2 ครั้งถึงลูกไม่ยอมก็ต้องแปรง ลูกมีฟัน 14 ซี่แล้วนะ แม่บังคับลูกมาตลอด แม่จึงลองใช้วิธีหลอกล่อเหมือนกินยาดีกว่า ว่าแล้วแม่อรก็ปฏิบัติได้ผลเกินคาด
แม่อร : น้องฟลุ๊คมาดูซิ เมื่อเช้าพ่อบอกว่ามีหนอนดำๆ คลานอยู่ในปากลูก
น้องฟลุ๊คเดินมานั่งข้างๆ แต่ไม่อ้าปาก
แม่อร : อ้าปากเร็ว แม่จะหยิบออกให้ มันอยู่ตรงไหนหนอ
น้องฟลุ๊คอ้าปาก แม่เอาผ้าชุบน้ำค่อยๆ เช็ด (ยังไม่อยากใช้แปรง)
แม่อร : อ้าว..มันหนีขึ้นด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย ด้านขวา หนีมาที่ลิ้นแล้ว
แล้วเช็ดตามปากที่พูด แค่นี้ลูกก็ฟันสะอาด ดีกว่าวิธีบังคับเยอะเลย เสร็จแล้วเอามาให้ลูกดู แม่จับหนอนมาแล้วนะลูก ดมดูซิ แม่ดม ลูกดม เป็นลมเลย (ไม่ใช่)

บททดสอบจากคุณหมอ
เราไปหาคุณหมอกันวันก่อน คุณหมอให้ของเล่นไม้เป็นลูกกลมๆ ให้นำไปใส่ตามหลัก น้องฟลุ๊คปฏิบัติทันที และทำด้วยความชำนาญด้วยนะทั้งที่หนูไม่เคยเล่นเพราะบ้านเราไม่มี คราวนี้คุณหมอลองเอาลูกกลมมาใส่มือให้ข้างละลูกเต็มมือพอดี สักพักคุณหมอบอกว่าลองใส่อีกลูกซิไหวหรือเปล่า ใส่มือขวามือที่ถนัดพยายามถือก็ได้ผ่าน แต่ถ้าใส่มือซ้ายไม่ค่อยถนัดแม่คิดในใจว่าคงจะลำบาก แต่หนูทำได้ ทั้งคุณหมอและแม่ต้องชมลูกใหญ่ ก็ลูกมือเล็กนิดเดียวของเล่นใหญ่กว่ามือลูกตั้งเยอะแต่ลูกพยายามถือจนได้

เรารักกัน
ตอนพูดได้ใหม่ๆ ได้ยินลูกเรียกแม่ก็ชื่นใจมากแล้ว แต่พอลูกบอกรักแม่ได้ แม่ก็บ้าเห่อ ถามลูกอยู่ได้ น้องฟลุ๊ครักแม่ไหม ลูกตอบ รัก แล้วเวลารักเค้าทำกันอย่างไร (แม่ยื่นหน้าไปก่อน) น้องฟลุ๊คก็เข้ามาหอมซ้ายหอมขวา นอกจากหอมแล้วทำอะไรได้อีกน๊า (แม่อ้าแขนรับ) ลูกชายก็เข้ามากอด แล้วจะไม่ชื่นใจได้ไงไหว แม่โทรไปก็บอกรักแม่ทุกวัน ชื่นใจ๊ ชื่นใจ

การพูด
ลูกสามารถพูดโต้ตอบได้แล้ว เข้าใจสิ่งที่พูด สื่อสารกันรู้เรื่อง ตอบคำถามได้ บอกความต้องการของตัวเองได้ เช่น กินนม กินข้าว หิวน้ำ ไปเที่ยว ใส่เท้า ถอดเท้า ใส่หมวก ฯลฯ ส่วนมากจะเป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวัน สร้างความแปลกประหลาดใจให้ทั้งสิ้น เพราะลูกพูดคำใหม่ๆ ได้เกือบทุกวัน แต่แม่ไม่สามารถบันทึกได้หมด

โปรโมชั่นคืนขวด
เดี๋ยวนี้เลิกกำหนดเวลาทานนมแล้ว เพราะถึงเวลาลูกจะมาบอกเองว่า หิวนม หม่ำนม จึงจะชงกัน ทุกครั้งที่ทานนมเสร็จหมดหรือไม่ก็ตาม ลูกก็จะถือขวดนมมาคืนทุกครั้ง แม้กระทั้งทานนมตอนกลางคืน ตาหลับอยู่ยังพูด คืนๆ แล้วชูขวดขึ้นสูง แม่หยิบเก็บได้สบาย ไม่หกเลอะเทอะ

แต่แม่ก็กังวลเรื่องส่วนสูงอยู่นิดเดียวว่า แม่ตัวสูง พ่อตัวสูง แต่ลูกช่วงวัยนี้สูงน้อยไปหน่อย อยากถามว่า ช่วงลูกอายุปีครึ่ง ลูกคุณมีน้ำหนักและส่วนสูงประมาณเท่าไหร่ อรดูตารางเมื่อเช้าเด็กอายุประมาณ 1-2 ปี น้ำหนักประมาณ 9.5-12.5 กล. ส่วนสูง 74.8-84.5 หญิงชายไม่ต่างกันมาก ตอนนี้น้องฟลุ๊ค 10 โล สูง 79 เซ็น ถึงแม้ว่าอยู่ในเกณฑ์แต่ก็กังวลนิดๆ อยู่ดี
รักลูกจัง
แม่อร










|