อาการท้องแข็ง และวิธีลดอาการท้องแข็ง ของคนท้อง

  Topic Search Topic Search  Topic Options Topic Options
อาการท้องแข็งหรือเจ็บท้องบ่อยๆ มักสร้างความกังวลใจให้ว่าคุณแม่ไม่น้อย จะทำอะไรหน่อยเดี๋ยวมันก็แข็งยุบหนอ พองหนออยู่ได้ทั้งวันถ้าท้องแข็งแล้วไม่ มีอะไรก็ดีไป แต่ถ้าแข็งไปแข็งมาดัน กลายเป็นเจ็บท้องคลอดก่อนกำหนด แบบไม่ทันรู้ตัวล่ะแย่เลย เอ…แล้วท้อง แข็งแบบไหนแข็งถี่แค่ไหนล่ะถึง อันตรายต้องไปพบคุณหมอแล้ว
 
 
 
ท้องแข็ง เพราะลูกในท้อง

ท้องแข็งตามความหมายของหมอ จะหมายถึงมดลูกมีการบีบตัวแข็งตัวขึ้นก่อนเวลาอันควรอันอาจเป็นสาเหตุให้ มีการาเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด แต่ท้องแข็งตามความหมายของคนทั่วๆไปมีสาเหตุได้สารพัดอย่างครับ ก็เวลามาตรวจมาฝากครรภ์ หมอถามทีไรก็บอกว่าท้องแข็งทุกทีนี่
ท้องแข็งที่คุณแม่รู้สึกนั้น ก็เพราะลูกที่อยู่ในมดลูกกลมๆ ของคุณแม่นั้น ตัวเขาไม่ได้กลมป๊อกเป็นลูกบอลนะครับ เขามีแขนมีขา มีเข่า มีส้น มีส่วนที่เป็นส่วนนูนแข็งตั้งหลายอย่าง ดังนั้นหากคุณแม่รู้สึกท้องมันแข็งๆ แต่แข็งแค่บางที่บางตำแหน่งเท่านั้น ส่วนอื่นๆ ก็นิ่มดี ลองเอามือลูบๆ คลำๆ ตรงที่มันแข็งก็รู้สึกว่า คลำเจอส่วนอะไรสักอย่างแข็งๆ ของลูก แล้วมันก็เคลื่อนตำแหน่งที่แข็งไปๆ มาๆได้ด้วยถ้าแบบนี้ ก็ปล่อยมันแข็งไปเถอะครับคงไม่มียาอะไรไปช่วยให้ลูกหดแขนหดขา เลิกยันท้องของคุณแม่ได้

ท้องแข็ง เพราะอิ่ม !

คุณแม่บางคนก็อาจจะบอกว่าท้องมักแข็งขึ้นหลังรับประทานอาหาร นั่งรอสักพักก็หายไปเอง อาการนี้มักเป็นตอนท้องแก่ๆ แล้ว ท้องอ่อนๆ ไม่ค่อยเป็นกัน ที่จริงแล้วมันก็ไม่ได้เกิดจากมดลูกมีการบีบตัว แต่เกิดจากท้องมันแน่นมากจนตึงไปหมด และที่มักเกิดตอนท้องแก่ก็เพราะพอมดลูกมีขนาดใหญ่มากจนเต็มท้อง มดลูกก็ไปเบียดกระเพาะอาหาร ลำไส้ เครื่องในทั้งหลายของคุณแม่ขึ้นไปจุกอยู่ใต้ลิ้นปี่หมด คุณแม่ที่ตัวเล็กๆ สั้นๆ จะยิ่งมีปัญหานี้เยอะ พอทานอาหารเข้าไปมากหน่อยก็ทำให้เกิดแรงดันในช่องท้องสูง แข็งตึงทั่วทั้งท้องไปหมด แต่โดยมากมักเป็นความรู้สึกแน่นมากกว่า พอมาจับมดลูกดูจริงๆ ก็พบว่า ไม่ค่อยแข็งสักเท่าไหร่
ท้องตึงแข็งแบบนี้รักษาไม่หายขาดนะครับ ต้องคลอดแล้วถึงจะหายเป็นปลิดทิ้งแต่ในช่วงที่ยังไม่คลอด คำแนะนำที่จะลดอาการได้คือ ต้องทานอาหารแบ่งเป็นมื้อย่อยๆ น้อยๆ หลังทานแล้วก็ต้องนั่งให้เรอออกมาก่อน แล้วพยายามอย่าให้ท้องผูก ควรถ่ายเป็นประจำทุกวัน ปล่อยของเก่าออกไปบ้างจะได้แน่นน้อยล

ท้องแข็ง เพราะมดลูกบีบตัว !

ท้องแข็งแบบนี้ มดลูกกลมๆ ของคุณแม่จะต้องแข็งโป๊กขึ้นมาทั้งหมด ไม่ได้แข็งเป็นบางจุดบางที่ บางทีก็แข็งมาก แข็งน้อยจนบางคนอาจไม่รู้สึกอะไรเลย ขณะที่บางคนอาจรู้สึกเหมือนแน่นจนหายใจไม่ออก ท้องแข็งอย่างนี้แหละครับที่มักมีปัญหา
ท้องแข็งของแท้ (มดลูกบีบตัวก่อนกำหนด) ปกติแล้วไม่ค่อยเกิดขึ้นช่วงตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่ถ้าเกิดก็ไม่ค่อยดี อาจมีอะไรผิดปกติ ทำให้ไม่สามารถอยู่จนครบคลอดได้ ซึ่งต้องหาสาเหตุอย่างละเอียดกันอีกที
ส่วนใหญ่ของคุณแม่ที่มีอาการท้องแข็งมักแข็งบ่อยที่สุดช่วงตั้งครรภ์ได้ 32 สัปดาห์ ยังจำได้หรือเปล่าครับว่า ลูกในท้องก็ดิ้นมากที่สุดตอน 32 สัปดาห์ด้วย สงสัยว่าการที่ลูกดิ้นมากๆอาจมีส่วนไปกระตุ้นทำให้มดลูกบีบตัว บ่อยขึ้นด้วยเหมือนกัน
และถ้าผ่านช่วง 32-24 สัปดาห์นี้ไปได้ก็จะมีอาการท้องแข็งน้อยลงบางคนพอถึงเวลาครบคลอด มดลูกกลับขี้เกียจไม่ยอมมีอาการเจ็บท้องคลอดซะเฉยๆ บางทีเลยกำหนดไปเลยก็มี แต่มีคุณแม่หลายๆ คนที่ท้องแข็งบ่อยแล้วไม่ดีขึ้นกลับยิ่งแข็งถี่ขึ้นซึ่งถึงตอนนี้คงเป็นเรื่องจำเป็น จะต้องไปหาคุณหมอแล้วล่ะครับ เพราะหากท้องแข็งแล้วไม่ได้รับการดูแลรักษามดลูกจะบีบตัวจนปากมดลูกเปิดตามมาด้วยการเจ็บท้อง คลอดก่อนกำหนด ทีนี้ละกลายเป็นเรื่องใหญ่แน่ๆ
หมอว่าให้ลูกอยู่ในท้องจะเหนื่อยจะลำบากยังไงก็ให้อยู่ในท้องดีกว่าเพราะหากคลอดก่อนกำหนด มันจะยิ่งเหนื่อยกว่าหลายเท่าที่สำคัญคือจะจนลงเยอะด้วย เพราะการดูแลเด็กคลอดก่อนกำหนด จะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายมากอย่าบอกใคร แค่ยาช่วยขยายปอดน้ำใสๆ 2 ซีซี. ก็ตั้งห้าหมื่นบาทแน่ะ แล้วกว่าจะโตพอเอากลับบ้านไปเลี้ยงได้ไม่รู้ต้องหมดไปอีกเท่าไหร่
โดยปกติแล้วคุณแม่ทุกคนอาจมีอาการท้องแข็งที่เกิดจากมดลูกบีบตัวได้เป็นการแข็งตัว ที่เกิดขึ้นได้เองเป็นปกติภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า Braxton Hicks Contraction สำหรับภาษาไทยยังไม่มีชื่อ เรียกเฉพาะเอาเป็นว่ามดลูกคนเรากลมๆอันนี้ไม่ใช่มันจะนิ่มตลอดทั้งวันหรอกนะ

ท้องแข็งแบบนี้ไม่ดีแน่

มดลูกเป็นก้อนกล้ามเนื้อที่ใหญ่และแข็งแรงมาก บางทีมันก็อาจจะอยากยืดเส้นยืดสาย บีบตัวเล่นๆ บ้าง แต่ก็จะบีบตัวเบาๆ ค่อยๆ บีบช้าๆ แข็งตัวอยู่นานพอสมควร แล้วก็คลายตัวลงช้าๆ เป็นอย่างนี้วันละหลายครั้ง แต่โดยมากไม่ควรเกินวันละ 6-10 ครั้งถ้าคุณแม่มีอาการท้องแข็งหน้าตาอย่างที่ว่ามานี้ก็สบายใจได้ ไม่มีอะไรต้องตื่นเต้นแค่ท้องแข็งแบบอีตาฮิกซ์นี่เอง แหมชื่อฝรั่งซะด้วย
แต่หากท้องแข็งบ่อยมากกว่าปกติ หรือเดี๋ยวแข็งเดี๋ยวหายติดๆ กันเป็นชุด บางทีแข็งจนเจ็บด้วยซ้ำไป ถ้าเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรนิ่งดูดาย ไปหาคุณหมอดีกว่าครับเพราะคุณหมอจะพยายามหาสาเหตุว่าทำไมท้องถึงแข็ง ทำไมคุณลูกถึงอยากออกมาข้างนอกเร็วนักนะ ลูกในท้องแข็งแรงดีหรือเปล่า รวมไปถึงช่วยพิจารณาด้วยว่า ระหว่างยอมให้คลอดออกมากับเลี้ยงไว้ในท้องอย่างไหนปลอดภัยกว่ากัน

จริงๆ แล้วสาเหตุของท้องแข็งมีตั้งเยอะแยะ เขียนสิบหน้าก็ไม่หมด เอาเป็นว่าอาจเกิดจากแม่ไม่แข็งแรง สุขภาพไม่ดีอาจเป็นเบาหวาน ความดันสูง หรืออาจเกิดจากมดลูกไม่แข็งแรง มดลูกไม่ปกติ หรือเกิดจากเด็กตัวใหญ่ น้ำคร่ำมาก แต่สาเหตุที่พบมากที่สุดก็คือ "ไม่ทราบสาเหตุ"

ทำยังไงหาย "ท้องแข็ง"

ในรายที่ท้องแข็งมาก แข็งถี่ คุณหมอก็คงจับนอนโรงพยาบาล ให้เจาะเลือด ฉีดยาแล้วให้นอนเยอะๆ ยาที่ใช้รักษาอาการท้องแข็งเป็นยากลุ่มเดียวกับยารักษาหอบหืด คุณแม่คงสงสัยใช่มั้ยล่ะว่า ไม่ได้เป็นหืดสักหน่อย เอายาหืดมาให้กินทำไม นั่นแหละครับถูกแล้ว ยาเดียวกันนี้รักษาได้ทั้งสองโรคเลยยานี้พอกินเข้าไปแล้ว จะมีอาการข้างเคียงคือ ใจมันจะสั่น หัวใจเต้นเร็วเหมือนเจ้าเข้า ดูเหมือนเหนื่อยๆ แต่ก็ต้องทนหน่อยนะครับ เพราะท้องจะหายแข็งต่อเมื่อใจสั่นหากใจไม่สั่น ท้องก็ไม่หายแข็ง ถ้าลดยาลงไม่ให้ใจสั่น ท้องก็จะกลับมาแข็งเหมือนเดิม ก็ต้องยอมทนใจสั่นไปก่อนพออาการท้องแข็งดีขึ้นหมอจึงจะลดยาลงได้เรื่อยๆ
ส่วนคุณแม่ที่ท้องแข็งบ่อยแต่ไม่มากถึงกับต้องนอนโรงพยาบาล คุณหมอก็จะให้ยากลับไปกินที่บ้าน ที่เขาเรียกกันว่า "ยาคลายมดลูก" คือ อันเดียวกันนี่แหละครับ แต่เท่านี้ไม่พอครับ ต้องอาศัยการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ควบคู่กันไปด้วยถึงจะสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้
อันดับแรกเลยก็ต้องพักให้มากๆ หากทำงานที่ต้องเดินมาก ใช้แรงงานเยอะ ก็ให้หยุดอยู่บ้านดีกว่า อยู่บ้านแล้วก็ห้ามขยัน ให้ทำตัวขี้เกียจที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าขี้เกียจอยู่แล้วก็สบายหน่อย ท่าทางจะหายเร็ว และพยายามหลีกเลี่ยงการเดินมากๆ การขึ้นลงบันได การยกของหนัก เพราะยิ่งมีกิจกรรมมากท้องก็จะยิ่งแข็งมา งานบ้าน งานหลวง งานราษฎร์ยกให้สามีทำหมด


 6 วิธีช่วยลด....อาการท้องแข็ง

1. ขี้เกียจได้ แต่อย่าบิดขี้เกียจ หมอสั่งให้นอนพักเยอะๆ ท้องจะได้ไม่แข็ง ตัวขี้เกียจเลยเกาะอยู่เต็มตัว พอบิดขี้เกียจปุ๊บท้องแข็งขึ้นมาทันที มันเหมือนกับตอนที่เราบิดผ้าเปียกๆ นั่นแหละน้ำก็จะทะลักออกมา ตอนเราบิดขี้เกียจเหมือนกัน ช่องท้องของเราปริมาตรจะเล็กลง ความดันในมดลูกก็สูงขึ้น ท้องก็เลยแข็ง

2. ลุกขึ้นลุกลง อย่าให้มดลูกสะดุ้ง!!! อันนี้เนื่องจากท้องมักจะแข็งตัวบ่อยตอนเราล้มตัวนอนลงบนเตียง หรือตอนนอนแล้วขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงท้องก็มักจะแข็งทุกที คราวนี้ก็ต้องระวังมากขึ้น จะล้มตัวลงนอนก็ต้องตะแคงลงช้าๆ จะลุกขึ้นก็ต้องพลิกตัวแล้วตะแคงขึ้นช้า ท่านี้เค้าเรียกว่าท่าบรรทมแบบนางเอกลิเก…แต่รับรองได้ครับ ท้องไม่แข็งแน่

3. อย่ากลั้นปัสสาวะ!!! อย่างที่รู้กันอยู่ว่าตรงตำแหน่งที่มดลูกอยู่เดิมเคยเป็นพื้นที่ ของกระเพาะปัสสาวะมาก่อนพอท้องโตขึ้นมากระเพาะปัสสาวะกับมดลูกก็เลยต้องเบียบด แย่งที่กันอยู่ตรงนั้น ยิ่งท้องโตขึ้นเรื่อยๆ กระเพาะปัสสาวะยิ่งจะถูกเบียดเล็กลงเรื่อยๆ คุณแม่เลยต้องปัสสาวะบ่อยขึ้น คราวนี้หากกลั้นปัสสาวะ กระเพาะปัสสาวะก็จะโป่งมากขึ้น แล้วก็จะไปกดเบียดมดลูกจนมดลูกมีความดันสูงขึ้น ดังนั้นคุณแม่ก็มักจะท้องแข็งบ่อย ตอนกำลังจะปวดปัสสาวะ พอปัสสาวะออกไปแล้วอาการท้องแข็งก็บรรเทาลง

4. อย่าจับท้องบ่อย!!! ยิ่งจับบ่อย ก็ยิ่งแข็งบ่อยนะจะบอกให้มดลูกเป็นอวัยวะที่ประกอบไปด้วย กล้ามเนื้อมากมายและไวต่อการกระตุ้นมาก เอามือจับไปจับมามดลูกก็แข็งตัวขึ้นมาได้ คุณแม่ที่รู้สึกว่าท้องแข็งบ่อยมักจะชอบเอามือไปลูบๆ คลำๆ อยู่ตลอด ด้วยเป็นกังวลว่า มดลูกมันจะแข็ง มดลูกมันก็เลยแข็งสมใจเพราะไปจับไปคลำมันมาก ท่องเอาไว้เลยนะครับ… ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ท้องจะแข็ง

5. อย่าจู๋จี๋มีเพศสัมพันธ์ ช่วงที่ท้องแข็งบ่อย คุณหมอจำเป็นต้องสั่งงดการมีเพศสัมพันธ์ เพราะการมีเพศสัมพันธ์จะไปกระตุ้นแถวบริเวณปากมดลูก ซึ่งจะทำให้มีการบีบตัวของมดลูกตามมา เพราะถ้าจะเปรียบไปแล้วการกระแทกระเทือนระหว่างมีเพศสัมพันธ์มันก็เหมือนพาคนท้องนั่งสามล้อวิ่งบนลูกระนาด สุดท้ายก็ยิ่งทำให้ท้องแข็งไปกันใหญ่ แหม…บางคนยังมาต่อรองอีกนะว่า ค่อยๆ ทำเบาๆ ได้หรือเปล่า อย่าดีกว่าเพราะเดี๋ยวเวลาคุณเธอถึงจุดสุดยอดขึ้นมา มดลูกก็จะมีการบีบตัวเป็นจังหวะตามมาอีก เดี๋ยวยุ่งกันเสร็จก็ต้องพาไปคลอดต่อได้เลย นอกจากนั้นในทางการแพทย์ก็ยังพบว่าในน้ำอสุจิจะมีสารเคมีที่ชื่อว่า โปรสต้าแกลนดิน ซึ่งสารตัวนี้แหละเป็นตัวการสำคัญของธรรมชาติที่ทำให้ปากมดลูกขยายตัวในระหว่างการคลอด ดังนั้นหากแอบมีอะไรกันฝ่าฝืนคำสั่ง หมอก็ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยน้ำเชื้อเขาไปข้างในนะครับ

6. ห้ามยุ่งกับ "หน้าอก" นะ เวลามีอะไรกัน ก็น้อยนักที่จะไม่ไปยุ่งอะไรกับเต้านมเลย ยิ่งในขณะที่ตั้งครรภ์เต้านมจะยิ่งขยายเป็นที่น่าดึงดูดต่อสามียิ่ง หมอเลยต้องเอ่ยปากห้ามยุ่งตรงนี้ไว้ก่อน หากมีอาการท้องแข็งก่อนกำหนด เพราะการจับ การกระตุ้นที่บริเวณหัวนมจะไปกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมน ที่ทำให้มีการบีบตัวของมดลูกได้
คุณแม่ที่เคยมีลูกมาก่อน อาจจะนึกออกว่าตอนลูกดูดนมมดลูกจะมีการบีบตัวพร้อมๆ กันด้วย ระหว่างอาบน้ำก็ไม่ควรไปฟอกจับบริเวณหัวนมด้วยเหมือนกัน หากหัวนมแข็งชันขึ้นมาเมื่อไหร่ มดลูกก็อาจจะแข็งตัวตามมาได้เมื่อนั้น สรุปแล้วหากท้องแข็งบ่อยก่อนเวลา หมอก็คงต้องสั่งห้ามการมีเพศสัมพันธ์ไว้ก่อน หลังคลอดแล้วค่อยว่ากันใหม่ครับ


Post Options Edit Diary   Quote sweetlemon Quote wrote: 20 May 2010 at 00:32



DiaryLove.com
Post Comment (Register User Only)




diary : sweetlemon
ครั้งแรกในชีวิตของจีเนียส...กับการไปทะเล [9/3269]
ไอศครีมกล่อง...กินอย่างระวังน่ะ เดี๊ยวจะเจอแบบเรา [11/3117]
สอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์โกรธและความก้าวร้าว [2/4232] P
การพัฒนาการด้านต่างๆเมื่อลูกอายุ 2 ขวบ [0/2244]
พัฒนาการเด็ก อายุ 2ขวบ [1/4250]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 11 เดือน [1/3122]
ถนัดมือซ้าย ใครว่ามีปัญหา? เปลี่ยนไปใช้ ‘มือขวา' [1/1243]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 10เดือน [1/6011]
ฝึกขับถ่ายให้ลูกอย่างไรดี [0/2904]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 9เดือน [2/5775]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 8เดือน [2/7719]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 7เดือน [0/7957]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 6เดือน [1/12248]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 5เดือน [2/65402]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 4เดือน [0/14494]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 3เดือน [2/17373]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 2เดือน [2/18882]
พัฒนาการเด็ก อายุ 1ขวบ 1เดือน [3/39270]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 12 “ หนูเดินได้แล้ว” [7/2042]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 11 “ หนูอยากทำเอง” [1/729]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 10 “ ล้อเล่นน่า” [0/504]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 9 “เตรียมความพร้อม” [1/651]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 8 “ขอไปเที่ยวด้วย” [0/865]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 7 “ สำรวจโลกใกล้ตัว” [0/804]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 6 “เริ่มเรียนรู้โลกภายน [0/726]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 5 “ พลิกตัวคล่อง” [1/804]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 4 “ เริ่มเปลี่ยนไป” [0/886]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 3 “ กำลังน่ารัก” [0/1183]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 2 “ สนใจสิ่งรอบข้าง” [0/664]
พัฒนาการเด็ก เดือนที่ 1 “เริ่มรู้จักกัน” [1/1427]
เด็กๆควรใช้เวลานอนวันละเท่าไร? [0/2114]
ปัญหา..ทารกแรกเกิด [0/3454]
กระตุ้นพัฒนาการทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ [1/8456]
อาการท้องแข็ง และวิธีลดอาการท้องแข็ง ของคนท้อง [8/242898]
อาการร้อนๆๆๆๆ ของคนท้อง [0/4823]
แม่ท้องไม่ควรแช่น้ำร้อนนาน [1/673]
'5 อาการผิดปกติ ที่แม่ใกล้คลอด ต้องรีบไปพบแพทย์!! [0/4874]
อยู่ในท้อง..หนูดิ้น นอนหลับและสะอึก..อย่างไร [1/4351]
3 อาการยอดฮิตระหว่างตั้งครรภ์ [1/2376]
อาหารชนิดใดบ้างที่ไม่ปลอดภัยขณะตั้งครรภ์ [1/2530]
บริหารร่างกายระหว่างตั้งครรภ์ [1/1308]
อาการข้างเคียงขณะตั้งครรภ์ / วิธีที่ทำให้คุณรู้สึก [1/3523]
ระหว่างตั้งครรภ์ควรทานอะไรดี [0/1607]
อาการแรกเริ่มของการตั้งครรภ์ [1/794]
ข้อปฏิบัติสำหรับคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ [1/1298]
แนะนำในการดูแลรักษาอาการแพ้ท้อง [0/550]
พัฒนาการทารกในครรภ์(เพิ่มเติม) [0/1930]
พัฒนาการทารกในครรภ์ [3/8124]
ตามมาเจิมไดฯรูปแบบใหม่ [2/210]

[ ชมทุกตอน ไดอารี่ ของ sweetlemon ]
[ All sweetlemon diary ]

July 2016
S M T W T F S
1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31


เขียนไดอารี่ | หน้าแรก



ปรับแต่งไดเลิฟฯ



This page was generated in 0.094 seconds.