สำหรับทริปนี้ ถือเป็นปุ๊บปั๊บทัวร์ของกิ๊กกะพี่หยี่ค่ะ แบบว่าช่วงอังคาร-พุธ กลางอาทิตย์ ก็เกิดคิดถึงอากาศหนาวๆ หมอกบางๆที่เขาค้อขึ้นมา โดยมีไดคุณแอ๋ม Ammiko + Voyage magazine เล่มล่าสุด เป็นแรงกระตุ้น 555 พี่หยี่ว่าขับรถไปแค่เสาร์-อาทิตย์ ก็ได้นะ...ก็เลยมานั่งนึกว่าจะไปเมือ่ไร่ดีนะ.. นึกครึ้มอกครึ้มใจ เอาอาทิตย์นี้เลยละกัน 555 เร็วดีแท้ สรุป มีเวลาเตรียมตัว 3 วันเอง
พอตกลงใจจะไป สิ่งแรกที่ต้องหาคือ ที่พัก ก็ระดมสมอง ช่วยกันหาใหญ่เลย ได้ request จากพี่หยี่ว่าอยากได้ที่ที่เห็นทะเลหมอก กิ๊กเองก็ search pantip ยิ๊กๆ เจอแต่ที่ฮิตๆอย่าง เขาค้อทะเลภู ภูพ่อบท และ เขาค้อสวิส แต่ว่าก็เต็มหมดทุกที่ (แหงล่ะ จองไม่ถึงอาทิตย์ ที่ไหนมันจะไม่เต็ม เหอ เหอ)
สุดท้าย ปล่อยให้พี่หยี่หาเอาเองก็แล้วกัน เพราะเราเริ่มหาแบบออกนอก request แล้ว จะไปเมธนีดล กับ ภูแก้ว 555 แต่อาเฮียแกอยากได้ แถวๆรอบๆอ่างเก็บน้ำ เพราะเค้าว่าจะเห็นทะเลหมอกตอนเช้า...สุดท้าย มาได้ที่ ภูอาบหมอกรีสอร์ทค่ะ ทำเลเดียวกับ เขาค้อสวิส (เดี๋ยวรีวิวต่อไปนะคะ)
ออกเดินทางกันแต่เช้าตรู่วันเสาร์ 7 โมงเช้า ประมาณ 9 โมง ก็ถึง ลพบุรี ดอกทานตะวันกะลังบานเลยค่ะ เลยต้องลงไปเก็บภาพกันซักหน่อย



ขับต่อไป ซัก 11 โมง ก็ถึง เพชรบูรณ์ค่ะ แวะทานข้าวกลางวัน ที่ร้านบัวตอง ไก่ย่าง (ไก่ย่างวิเชียรบุรี)

สำหรับกิ๊ก อาหารรสชาติถูกปากดีเลยค่ะ น้ำจิ้มไก่อร่อยดี แต่ว่าของพี่หยี่ เผอิญช่วงนี้ เค้าไม่ทานเนื้อไก่ หมู อะไรพวกนี้ ก็เลยต้องทานแต่ส้มตำไปแทน เลยไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไร่ 555
อิ่มท้อง เราก็ออกเดินทางต่อค่ะ...มุ่งหน้าสู่เขาค้อ เพื่อเข้าที่พักให้เรียบร้อยก่อน ประมาณเที่ยงกว่าๆ ก็ถึงภูอาบหมอกค่ะ
ที่นี่จะมีบริการทั้งบ้านพัก และเต๊นท์ให้เช่าด้วย ส่วนหลังที่กิ๊กจะพักจะเป็นบ้านยื่นออกไปริมผาเลยอ่ะค่ะ ประมาณว่า ถ้ามีทะเลหมอก ก็จะใกล้ชิดสุดๆ ราคาหลังละ 2,500 บาท
ดูจากทำเลแล้ว เออ 2500 บาท น่าจะคุ้มนะ
แต่พอเปิดเข้าห้อง รู้สึกว่า แพงดีจัง 555 (กล้าตั้งได้ยังไงเนี่ย ห้อง 2,500 บาท ราคาเท่าพวก Scenery วันอาทิตย์ - พฤหัสเลยนะ เพื่อนๆ หรือ Tamarina resort ที่บางแสน ราคา 2,500 กิ๊กก็ว่าแพงแล้ว แต่ก็ยังสภาพดีกว่านี้...เง้อออ) พี่หยี่ปลอบใจว่า เค้าคงขายทำเล ที่มีวิวทะเลหมอกงามๆ

ส่วนที่ดีคือ มีหน้าต่างเปิดรับวิว + ลม แบบเต็มๆ (แต่ยังออกแบบได้ไม่ดีเหมือนเขาค้อสวิสนะ กิ๊กว่า) มันดูสไตล์แบบลูกทุ่งๆกว่าอ่ะ
นี่ไงคะ ที่ว่ายื่นออกมาจากริมผา
ที่ไม่ผิดหวัง คือ วิว ที่สวยมากมาย และอากาศดีๆ ที่หาที่กรุงเทพไม่ได้

ชื่นชมกับที่พักซักพัก (และนอนหลับเอาแรง เนื่องจากเมื่อเช้าตื่นเช้าจัด 555) ก็ออกเดินทางไปทุ่งแสลงหลวงค่ะ กิ๊กเคยได้ยินชื่อที่นี่มานาน เห็นเค้าจัดทริปขี่จักรยานชมทุ่งกันแล้ว ให้เกิดอาการอยากเสียเหลือเกิน แต่ว่าคงขี่ไม่ไหว อ่านหนังสือเจอ เค้าบอกว่ามีรถให้เช่าพร้อมคนขับด้วย น่าจะ work กว่า ก็เลยติดต่อเอาไว้ ให้เค้าขับพาชมซะหน่อย อยากเห็นเหลือเกิน ทุ่งหญ้าสะวันนาเขียวๆเนี่ย...
ไปถึงก็ต้องถ่ายรูปกันก่อนเลย อิอิ




จากนั้น เราก็ต้องไปติดต่อ รถโฟร์วีลที่เราจะเช่าที่ information center กันก่อน เช็คสภาพอากาศให้เรียบร้อยว่าทางที่จะเข้ามันเข้าได้รึป่าว (ออกได้ด้วยนะ ไม่ใช่เข้าได้ แต่ออกไม่ได้ เพราะดินมันอาจจะเละ เนื่องจากฝนตกได้ค่ะ) ค่าเช่า เค้าคิด 800 - 1000 บาทต่อคันค่ะ

รถโฟร์วีล เค้าจะพาเราเข้าไปที่ทุ่งนางพญา (ระยะทาง 14 กม.) สุดทางจะเป็นป่าสนที่คนเค้าจะไปกางเต๊นท์นอนกัน (ใน high season ) น่าเสียดายที่เราไปช่วงปลายฝนต้นหนาวแล้ว เลยอดเห็นหญ้าเขียวๆ เพราะตอนนี้หญ้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลๆหมดแล้ว เจ้าหน้าที่บอกว่า ถ้าไปช่วงฝนใหม่ๆ หญ้าจะขึ้นเขียวๆ ดูแล้วเป็นทุ่งสวยมากๆ

สุดทางที่ป่าสน ก็ชักภาพเป็นที่ระลึกกันหน่อย (แม้ว่าจะใช้กล้องปัญญาอ่อน แต่ก็ยังพยายาม 555)


ถ่ายภาพวิวแล้ว ก็ต้องเก็บภาพคนเล็กน้อย (ได้เพียงเล็กน้อยจริงๆ เพราะอายสายตา ท่านเจ้าหน้าที่ที่ขับรถให้ แบบว่า ป่านี้มีแต่เรา 3 คน จริงๆ ...เง้ออ)

สังเกตุภาพสุดท้าย...พี่หยี่พยายามถ่ายรูปกิ๊กมากๆ ... ประมาณว่า ขออารมณ์กะลังเหม่อมองฟ้า อะไรประมาณนี้...แต่สุดท้าย ได้เท่านี้จริงๆ...
ภาพคู่ คุณพี่เจ้าหน้าที่ช่วยถ่ายให้ (ลุ้นแทบแย่ อิอิ)

ถ่ายรูปเสร็จ ก็ขับกลับออกมาทางเดิมอ่ะค่ะ รวมเวลาประมาณ 2 ชม.ค่ะ...กิ๊กว่า มันก็ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไร่อ่ะนะคะ ถือซะว่า นั่งชมวิวสวยๆ อะไรประมาณนี้ (แต่อย่างที่บอกว่า ถ้ามาช่วงต้นฝนจะสวยกว่านี้) เหมาะสำหรับคนชอบธรรมชาติจริงๆมากกว่า (ซึ่งจริงๆกิ๊กก็ชอบนะ แต่จะมาใหม่ต้นฝน อิอิ)
ออกจากทุ่งแสลงหลวง ก็ 5 โมงนิดๆแล้ว เรากะว่าจะแวะหาอะไรทานก่อน แล้วค่อยกลับเข้าที่พัก นอนทีเดียวเลยอ่ะค่ะ...
อ่านเจอจากในไดของคุณแอ๋ม คุณแอ๋มแนะนำอาหารที่เขาค้อสวิสไว้ว่า อร่อยมาก..เนื่องจากว่า อยู่ใกล้ที่พักเรานิดเดียว ก็เลยแวะกินมันที่นี่เลยละกันง่ายดี 555
ไปถึงเขาค้อสวิส 6 โมงกว่าๆ เริ่มมืดแล้วค่ะ โดยรวม กิ๊กชอบที่พักที่นี่มากกว่าค่ะ ดูสงบๆ ไม่พลุกพล่าน ห้องพัก ก็ดูน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มดี แต่เสียดายที่ตอนโทรมาจอง เต็มเสียแล้ว (เอาไว้จะต้องหาโอกาสมาพักให้ได้ค่ะ)
อาหารที่สั่งมี 4 อย่าง เนื่องจากพี่หยี่ทานเนื้อไม่ได้ ก็เลยสั่ง ผัดฟักแม้ว ยำไข่ดาว และต้มยำปลากระป๋องให้ ส่วนกิ๊กขอเป็น steak ค่ะ อิอิ
ต้องบอกว่า อาหารที่นี่อร่อยจริงๆนะคะ คือเป็น style homemade อ่ะค่ะ อร่อยทุกอย่าง อย่าง steak เห็นน้ำเกรวี่เจิ่งนองขนาดนั้น แต่ขอบอก รสชาตินี่อร่อยมากๆค่ะ ขนาดพี่หยี่กินเนื้อไม่ได้ ยังเอามันบดมาจิ้มน้ำเกรวี่กินใหญ่เลยอ่ะ แล้วสุดท้าย น้ำเกรวี่ที่เจิ่งนองนั่น ก็หมดจานค่ะ

ทานอาหารที่เขาค้อสวิสเสร็จ เราก็กลับที่พักค่ะ
อากาศกำลังหนาวเลย คิดว่าต้องนอนฝันดีแน่ๆ แต่ปรากฎผิดคาดค่ะ คือ ที่ที่พักวันนี้มีกรุ๊ปมาลง กางเต๊นท์ เสียงดังสนั่นไปหมด แล้วก็มีบ้านพักหลังนึง เค้าเอากีต้าร์เอาเหล้ามาตั้งวงกินกันสนุกสนาน...กิ๊กไม่โทษที่พักที่นี่ค่ะ แต่โทษตัวเอง เพราะที่นี่เค้าก็คงเหมาะให้มาเป็นครอบครัว เป็นหมู่คณะสำหรับสังสรรค์อยู่แล้ว คงไม่เหมาะสำหรับคนเราสงบ อยากพักผ่อน chill chill อย่างเราเท่าไร่ (ต้องที่เขาค้อสวิส เหมาะมากกก อิอิ) ก็เลยต้องพยายามข่มตานอนให้หลับ...ได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้คงเจอทะเลหมอกงามๆ....
ไว้ต่อวันพรุ่งนี้ ตอนต่อไปนะคะ
|