คุณแม่ต้องเข้าใจนะค่ะ ลูกของคุณแม่เป็นเด็กที่มีปัญหาทางเรื่องสมอง ทุกอย่างในร่างกายของลูกคุณแม่ต้องควบคุมด้วยสมองทั้งนั้น
ในเมื่อสมองไม่สามารถทำงานได้ปกติ ระบบทางเดินอาหารก็ผิดปกติไปด้วย เริ่มจากอาหารเข้าปาก ผ่านลำคอ ลำไส้ จนไปถึงกระเพาะอาหาร และรวมไปถึงระบบการย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ก็มีปัญหาไปด้วย จนทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ที่เป็นความผิดปกติทางเดินอาหาร
ลูกคุณแม่ทานน้ำ นมหรืออาหาร ลูกคุณแม่ก็อาจจะสำลัก ไอ อ้วก กรดใน หรือทรมานในเวลาอาหารเข้าไป เป็นเรื่องของการเสื่อมของกล้ามเนื้อข้างในของตัวลูกเมล่อน เพียงแต่คนดูแลเด็กหรือคุณแม่จะสังเกตเห็นหรือเปล่าเท่นั้นเอง
คุณหมดปรียา จากโรงพยาบาลรามา คนสวยอธิบายให้แม่แยมและพี่มรฟังอย่างตั้งใจ
หมอจะอธิบายง่ายๆ.....กระเพาะอาหารคือ 1 ห้อง ลำไส้ 1 ห้อง ทุกห้องมีหน้าที่ของต้นเอง โดยมีประตู้กั้นไว้ คือหูรูดกระเพาะอาหารจะเป็นคนปิดประตู้เสมอไม่ให้สิ่งใดย้อนออกมาจากห้องกระเพาะอาหาร
ลำไส้อาหารมีหน้าที่ลำเรียงอาหารเข้า โดยผ่านประตู้ คือ หูรูดกระเพาะอาหาร ประตู้จะปิด เปิดให้อาหารลงกระเพาะ ในกระเพาะก็จะมีกรดคอยย่อยอาหาร ทีนี้ ประตู้ ที่กั้น (หูรูด) มันไม่ปิด อาจจะเป็นการเสื่อมของกล้ามเนื้อด้านใน สิ่งที่อยู่ในกระเพาะเช่น น้ำย่อย ก็ย้อนกลับมาทำให้เกิดอาการแสบท้อง มีอาการอ้วกไอออกมาบ้าง
เท่าทีฟังคุณแม่เล่าแล้ว คุณหมอว่าเป็นเรื่องของการกลื่นมากกว่า ทำให้น้องมีอาการไอเวลาอาหารเข้าปาก
ทีนี้การรักษาต้องให้ลูกของคุณแม่กลื่นแป้งเพื่อดูระบบการทำงานของการกลื่น จนไปถึงลำไส้ กระเพาะ ถ้าดูแล้วมีโอกาสเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน คงต้องเจาะท้องให้อาหารทางสายยางนะค่ะ...... คุณหมอยิ้มให้แม่แยม พร้อมบอกว่าไม่ต้องกลัวค่ะคุณแม่......
แยมได้แต่ฟังนิ่ง กอดลูกเมล่อนไว้แน่น หัวใจแม่แยมสั่นเต้นเร็วไม่เป็นจังหวะ มีแต่สายตาของลูกจองมองมาที่แม่แยม มือสองข้างของลูกโอบกอดแม่ไว้แน่น ในเวลานั้นถ้าใครมาเอาเราสองเออกจากกันคงยาก ความรู้สึกของแม่ชาไปหมดทั้งตัว
ส่วนการรักษานะคุณแม่.....คือตอนนี้ต้องทานยาที่ทำให้ กรดที่ย้อยขึ้นมาไม่ให้มันเป็นกรด และยาแก้อ้วกอาเจียน กันสำลัก ปรับลำไส้ไปก่อน และระหว่างนี้เราจะทำการรักษาเพื่อป้องกันรักษาชีวิตเด็กป้องกันไม่ให้แย่กว่านี้
9 ปีที่เราเลี้ยงลูกเมล่อนแม่แยม สู้ทุกอย่างไม่ยอมแพ้ แต่ครั้งนี้ แม่รู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูก เหนื่อย ท้อ ฯลฯ
เวลานั้นเหนื่อยแสนเหนื่อย เหมือนคนแบกโลกไว้บนบ่า น้ำตามันซึมออกมาอย่างไม่รู้ตัว พยายามทำให้น้ำตาที่กำลังจะไหล.....ย้อนกลับไปทีเดิม
นั่งขำอยู่ในใจสงสัยแม่คงเป็นโรคเดียวกับลูก แต่สิ่งที่ไหลย้อนกลับไปคือน้ำตาของแม่ไม่ใช้กรดในกระเพาะ
ได้แต่ถามตัวเองอย่างสับสน ฉันกลัวอะไรในตอนนี้ ?
ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปตามธรรมชาติ เพียงแต่เราควบคุมไม่ได้เท่านั้นเอง
ก็แค่เสียใจที่รู้ความจริง แล้วอย่างไรต่อ...ชีวิตต้องเดินไปข้างหน้า
มองดูเด็กหญิงที่อยู่ในอกสิ ทนทรมานมาตั้ง 9 ปี กับสารพัดโรค ยังมีชีวิตอยู่รอดมาได้ถึงขนาดนี้ .......แล้วคนเป็นแม่อย่างเราละ.............เทียบอะไรไม่เท่ากับเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆคนนี้เลย................
แม่นกเคยบอกว่า ถ้าลูกอยู่กับเรา 10 ปี แล้วเขามีความสุขตลอดชีวิตของเขา กับลูกอยู่กับ 10 ปี เช่นกัน แต่ลูกทรมาน คนเป็นแม่อยากเราจะเลือกแบบไหน? ทุกคนต้องเลือกในทางที่ดีที่สุดให้กับลูกอยู่แล้ว คือต้องการให้ลูกมีความสุข
เพื่อนที่เคย เรียนมาด้วยกัน ชื่อเบิ้ม ที่แสนดี ให้กำลังใจว่า ท้อได้ แต่อย่านานนัก เพราะถ้าเราท้อเศร้าจนนานเกินไปจะทำให้เราไม่มีหัวจะคิดว่าจะทำ อะไรต่อ ในเมื่อเวลามันไม่หยุดนิ่งแค่นี้ ยิ่งนานตัวเราและลูกจะพลอยแย่ไปด้วย ฉะนั้นจงรีบตื่นจากความเศร้า ความท้อให้เร็ว.....
สูดลมหายใจให้เติมปอด เพื่อเอาออกซิเจนเข้าในร่างกาย เข้าสมองตั้งสมาธินิ่ง สตินิ่งปัญญาย่อมเกิด.....กำลังใจจากครอบครัว และเพื่อคู่คิดนั้นสำคัญยิ่งนัก....จะกลัวอะไรอีกในเมื่อมีเวลาคิดตั้งเยอะ.....ไม่เป็นไร แค่แม่ขอนิ่งๆสักพัก ไม่ใช้ว่าจะเศร้าเสียใจ แต่ต้องการเวลาให้เข้าใจกับโรคนี้........
ฉันคงต้องสู้ต่อ..
วิธีการของคุณหมอก็ปล่อยไปตามการรักษา แต่ขอสู้ด้วยตัวเองเป็นสิ่งแรกที่ต้องทำ เราถูกสอนมาจากบ้านแม่นกให้พึ่งตนเองก่อน
และยังมีนักกายภาพหรือผู้เชี่ยวชาญ เรื่องการกระตุ้นการกลืนการทานก็คงทำอยู่ เพียงแต่เพิ่มให้มากกว่านี้ ไหนๆก็ทำเป็นชีวิตอยู่แล้วทำมันเพิ่มขึ้นมาอีกให้มันรู้ไปว่าแม่คนนี้จะช่วยลูกไม่ได้ ที่เหลือจะเป็นอย่างไรก็ตามถือว่าแม่คนนี้ทำเต็มทีแล้ว.....นะลูกรัก
เหมือนแม่นกที่พยายามต่อสู้ทำอย่างไรให้ลูกหินนอนหายใจให้สะดวก จัดท่านอนสารพัด ออกกำลังกายคอเพื่อไม่เสี่ยงต่อการเจาะคอ
แม่แยมเองก็เช่นกันต้องพยายามต่อสู้หาทาง หาทาง เพื่อไม่ให้ลูกเมล่อนของแม่เสี่ยงต่อการเจาะท้อง
ไม่ใช้ว่าพวกเราจะรับเรื่องเจาะร่างกายของลูกเพื่อรักษาชีวิตเขาไม่ได้
แต่ความรักที่เรามีให้ลูกล้นหัวใจของคนเป็นแม่ มีมากเหลือเกิน จะเป็นอย่างไรของพึ่งตนเองและสู้กับมันก่อน สุดท้ายอย่างไรก็จะยอมรับผลของมันเอง
เป้าหมายคนเป็นแม่อย่างเราคงเหมือนๆกัน ทำให้ลูกมีความสุขไม่ทรมานกับโรคที่เป็นอยู่มาก
หมายเหตุ ......หากสงสัยว่าลูกเป็นโรคกรดไหลย้อน ควรไปปรึกษาแพทย์ทางเดินอาหาร
ส่วนอาการที่หน้าสงสัยของเด็กมีดังนี้ค่ะ.....
1.น้ำหนักตัวเด็กไม่ขึ้น
2.ร้องกวนมาก
3.เจ็บหน้าอก หรือกลื่นแล้วเจ็บ
4.อาเจียน ไอเรื้อรัง สำลักอาหาร จนปอดติดเชื้อ
5.มีโรคหอบหืน หายใจเสียงดัง
6. อาการบิดตัว แอ่นหลัง
ถ้าเป็น เด็ก CP สมองพิการพบว่าเป็นส่วนมากจะเป็น ทางที่ดีควรไปตรวจและรับการรักษาโดยด่วน.......โดยไปพบหมอทางเดินอาหาร
การวินิจฉัน คือ การกลืนแป้ง, และใส่สายจมูกเพื่อวัดความเป็นกรดในหลอดอาหาร 24 ชั่วโมง และส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น เพื่อประเมินการรักษาต่อ ถ้าทิ้งไว้โดยไม่รักษา โรคนี้ก็จะเป็นอุปสรรค์ต่อการดำเนินชีวิตของเด็กได้ค่ะ..... |