หลายคนคงได้เคยมีโอกาสเข้าไปดูหนังเรื่องนี้มาแล้ว เรื่อราวของความรักของหนุ่มสาวที่ถ่ายทอดความรู้สึกอารมณ์ระหว่างกันที่แสนอบอุ่น เป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ได้ดู แล้วประทับใจ
เริ่มจากพระเอง เป็นหนุ่มรักสนุก ประกอบอาชีพเป็นช่างภาพเที่ยวทั่วไทย จนมาพบนางเอง เภา เป็นหญิงสาวมีชีวิตที่สดใสร่าเริง สองคนมาเจอกันรักอะไรที่เหมือนกัน จึงได้คบกันเป็นแฟน หนังดำเนินความรักทั้งคู่ด้วยความน่ารักกุ๊กกิ๊กผ่านไปด้วยรอยยิ้ม
มาหักมุมเมื่อตอนถึงวันเกิดของพระเอง นางเอกขับรถชน ก้านสมองตาย ไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เธอมีแต่เครื่องช่วยหายใจเท่านั้นที่ทำให้เธอมีชีวิต ชายหนุ่มเห็นคนรักป่วยได้แต่เฝ้าดูแลหญิงสาวที่เป็นที่รักอย่างเอาใจใส่
แค่นึกภาพก็เหนื่อยแทน........
การดูแลผู้ป่วยด้วยโรคนี้จะต้องใช้ความอดทนมหาศาล การรักษาพยาบาลก็มีรายละเอียดมากมาย
จะไปไหนมาไหนก็ไม่ได้....ต้องเฝ้ากันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่ไม่ว่าจะยากลำบากสักแค่ไหน ชายหนุ่มก็ยินดีปรนนิบัติพัดวี หญิงสาวที่เป็นที่รักทุกอย่าง ในหนังมีทั้งมีอารมณ์ ที่บ่งบอกว่าเจ็บปวด สับสน ต่อสู้กับตนเอง ฯลฯ สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของผู้ต้องดูคนป่วยประเภทนี้ได้ดี......
ด้วยความรักและความเต็มใจ.....เมื่อเหนื่อยล้ากับการดูแล ก็จะเฝ้าบอกนางเองว่า เคยสัญญาว่าจะดูแลของขวัญชิ้นนี้ไปจนตาย ชายหนุ่มให้สัญญาจากการกระทำมิใช้ในฐานะเป็นลูกผู้ชาย แต่เป็นการแสดงความยึดมั่นต่อคำสัญญาอย่างจริงจัง
ผู้ชายแบบนี้มีในโลกด้วยเหรอว๊ะ..............
มีสิ......ไม่ว่าจะเป็น คนที่รัก หรือเป็นพ่อเป็นแม่ หรือปู่ย่า ตายาย ของคนป่วยที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้ เป็นเด็กเป็นผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย มีจริง ทำไหม? พวกเขาถึงดูแลปรนนิบัติ คนที่เป็นที่รักได้ มิใช้คำสัญญา อย่างเดียว แต่เป็นเพราะความรักเท่านั้น.......
เรื่องนี้อาจมีประเด็จตรงความเป็นจริงในโลกที่เป็นอยู่ แอบอยู่ในสังคม แต่เราไม่สนใจมองผ่านไป......ลองมองกันลึกๆซึ้ง.....เราจะพบว่า แก่นแกนของความรักมีหลายรูปแบบ
ในฐานที่ผ่านมาเหมือนพระเอง อยากจะบอกว่าเป็นหนังที่ถ่ายทอดได้เหมือนของจริง ที่มีทั้งเหนื่อย ล้า สับสนกังวล กลัว ฯลฯ และพบความสุขได้โดยไม่จำเป็นต้องดิ้นร้น มันอยู่ตรงหน้าเราเพียงแต่อยู่แค่เส้นผมปังตา
วันนี้แม่ไปดูหนังกับพ่อเจี๊ยบ ไม่รู้เลยว่าเป็นหนังประเภทไหน ไม่รู้ ไม่เห็นไม่มีใครบอก ว่ามันจะตรงกับชีวิตจริง อาจเพราะเราต่างคนต่างเลือก โดยไม่ได้นัดหมาย เพราะชื่อเรื่อง Happy birthday ตรงกับวันเกิดของพ่อเจี๊ยบละมั่ง......
แม่แยมถามพ่อว่าได้อะไรกับหนังเรื่องนี้บ้าง?
พ่อเจี๊ยบเจ้าของวันเกิด ตอบไม่ลังเลใจ ได้เยอะมาก....เป็นชีวิตที่ดำเนินตามความจริง ความเป็นจริงคือไม่มีทางที่นางเองจะเป็นเหมือนคนปกติได้ อย่างไงเสีย...คนที่อยู่ดูแลคนป่วยสำคัญกว่า ถ้าคิดง่ายๆคือ ดูแลคนที่รักเท่าที่ทำได้ แต่ในเมื่อรักแล้วก็ไม่ใช้คำตอบว่าต้องดูแล ทำอย่างไรให้มีความสุขกับความเป็นจริงน่าสนใจกว่า....
เรื่องราวแบบนี้เราผ่านมากับลูกแล้ว ความรู้สึกก็คล้ายๆกัน เพียงแต่ เปลี่ยนตำแหน่ง นางเองคือลูกเมล่อน โดยมีจุดอารมณ์ 6 ขั้นตอน
เริ่มจากจุดอารมณ์ที่ 1.
เสียใจ ทุกข์ใจ ตั้งคำถามอะไร ทำไหม เกิดอะไรขึ้นกับเรา
เริ่มจากจุดอารมณ์ที่ 2.
เป็นไปแล้ว ดูแลคนที่เรารักเท่าที่ทำได้ โดยมีความหวังว่าคน รักจะตื่นขึ้นมาเหมือนปกติ
เริ่มจุดอารมณ์ที่ 3.
หวังไม่เป็นไปตามหวัง เครียด ทุกข์ใจ กังวล กลัวกับอาการของคนรัก เป็นหนักๆก็อาจจะฆ่าตัวตามทำร้ายตนเองกับคนที่เรารักได้
เริ่มจุดอารมณ์ที่ 4.
ปล่อยว่าง ชีวิตก็เป็นอย่างนี้ ยอมรับได้ นิ่งเฉย
เริ่มจุดอารมณ์ที่ 5.
เริ่มหาช่องทาง ดูแลคนรักอย่างไร ให้มีความสุข
เริ่มจุดอารมณ์ที่ 6.
ใจเป็นสุขที่ได้ดูแล และหาความสุขไปพร้อมๆกัน กับ สิ่งที่เกิดขึ้น
เป็นหนังดีทีเดียว.........สะท้อนอารมณ์ ตัวเอง เราทั้งคู่ผ่านจุดอารมณ์มา 6 ขั้นตอน ถือว่าเราเก่งเน๊ะ.....ภาษาวัยรุ่นก็จะบอกว่า...เจ๊งว๊ะ.....
ผ่านอะไรมามากมาย แต่ก็ยืนได้ด้วยตนเอง ต้องขอบคุณฟ้าที่ส่งของขวัญวันเกิดมาให้เราทั้งสองคน ลูกเมล่อน เทพธิดาประจำตัวของพ่อเจี๊ยบและแม่แยม
รักลูกมากจ๊ะ
|