|
โรงเรียนบ้านแม่นก...ได้จัดเทศนาธรรมะในวันที่ 6 มิ.ย.52 13.00 น.
1 ปีเต็ม กับการจองคิว...เชิญพระอ.สมปอง ตาลปุตโต มาเทศนาธรรม นี่เป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ยังตื่นเต้นอยู่ดีวันงานใกล้เข้ามาถึง...
ครั้งนี้กว่าพวกเราจะหาสถานที่ที่เหมาะสมได้...ทำเอาทีมงานเหนื่อยกันไปตามๆ กัน เพราะได้อาทิตย์สุดท้ายก่อนงานจะเริ่ม...
ก่อนวันงาน 1 วัน เราเช็คกันจาละหวั่น เพื่อให้พร้อมที่สุดไม่ให้เกิดปัญหาขึ้น
- จำนวนคนเข้างานเท่าไหร่ จะได้จัดเก้าอี้ให้เหมาะกับคน
- ไมด์, ที่ฉายสไลด์พร้อมไหม เพราะท่านมีสไลด์มาด้วย
- อาหารว่าง เครื่องดื่ม เอามายังไง
- ใครจะช่วยเข็นวิวแชร์ เด็ก ๆ เมื่อมาถึงงาน
- ใครเป็นพิธีกรดี อยากได้มืออาชีพ แต่ไม่มีใครว่างเลย
และอีกหลายๆ เรื่องที่จุก จุก จิก จิก ซึ่งพวกเราคิดเตรียมล่วงหน้าไว้ก่อนสำหรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ดูเหมือนง่ายๆ
แต่สำหรับผู้จัดอย่างเราไม่ง่ายเลยที่จะทำออกมาไม่ให้มีปัญหาตามมาทีหลัง เพราะอย่าลืมว่าเราเป็นแม่มีหน้าที่หลักคือ
เลี้ยงลูกพิการ แต่งานพวกนี้เป็นงานรองที่เราใช้เวลาที่เหลือจากการเลี้ยงลูกมาทำงาน
ไม่มีความรักไหน...ไม่เหนื่อย เป็นหัวข้อธรรมในครั้งนี้
อย่าให้ความเหนื่อย มาทำให้เราท้อ เราทุกข์
เพราะในทุกข์ มักมีสุขปนด้วยเสมอ...ขึ้นอยู่
ว่าจะมองเห็น หรือเปล่า
และ ยิ่งเป็นแม่ ยิ่งต้องเหนื่อย ไม่ว่าแม่จะมีลูกปกติ หรือพิเศษก็ตาม มันก็เหนื่อยไปกันคนละแบบ
แต่ที่สุดแล้ว...เราควรจะภาคภูมิใจที่เราได้ทำหน้าที่แม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่างหาก
นี่คือหัวใจในการบรรยายธรรม เพื่อสร้างความภาคภูมิใจ สร้างคุณค่าให้ตัวเองและครอบครัว
ครั้งนี้พวกเราได้ใกล้ชิดท่านพระอ.สมปองเป็นพิเศษ เด็กๆ และครอบครัวคนพิการนั่งกันแถวหน้าสุดเลย ส่วนพวกพี่ป้าน้าอา ก็นั่งแถวถัดๆ ไป
ฉันได้เปิดกล่าว ที่มาของร.ร.บ้านแม่นก เล็กน้อย โดยสุดท้ายเน้นว่า
พวกเราครอบครัวพิเศษไม่ต้องการสายตาที่มองพวกเราอย่างน่าสงสาร แต่อยากเห็นสายตาที่มองพวกเราอย่่างชื่นชม
มากกว่า และสุดท้ายแล้วเราต้องยืนได้บนลำแข้งของตัวเองให้ได้
หลังจากนั้นท่านพระอ.สมปองก็เทศนา .... ทันทีที่ท่านเปล่งเสียงออกมา...เสียงหัวเราะ ก็ดังขึ้นเป็นระยะ ระยะ
ในวันนั้นฉันเองมีความสุขไม่น้อย...เพราะงานนี้นอกจากตั้งใจจัดให้ครอบครัวเด็กพิเศษได้ใกล้ชิดธรรมะแล้ว
ยังให้บรรดาญาติโยมที่อยู่บริเวณใกล้เคียงได้ฟังธรรมะดีๆ อีกด้วย โดยไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
แต่สิ่งที่ได้รับในงาน กลับยิ่งใหญ่ และภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะ
-ได้เห็นความช่วยเหลือ จากหลายๆหน่วยงานช่วยให้งานนี้ผ่านไปอย่างราบรื่น
- ได้เห็นความจริงใจของสมาชิกบ้านเรากันเองที่ช่วยกันทำงานอย่างเต็มที่
- ได้เห็นน้ำใจของเพื่อนที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่ศรัทธาในการทำความดีเหมือนกัน คณะเพื่อนคุณกลิ้งมาฟังธรรมะและมาบริจาคทิ้วยืนให้เด็กๆ
-ได้เห็น อาสาสมัคร ภปร. จากชุมชมบ้านแม่แยม มาช่วยโบกรถ ช่วยยกข้าวของเด็กๆ ไปส่งถึงห้องประชุม
- ได้เห็นอาสาสมัคร คนพิการ ที่ช่วยคนพิการด้วยกัน โดยไม่หวังสินจ้างรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น ฉันเคยถามว่าทำไมถึงอยากมาช่วย
เค้าบอกว่า เมื่อก่อนรู้สึกว่าตัวเองพิการไม่มีคุณค่า คิดแม้กระทั่งอยากฆ่าตัวตัว แต่พอมีโอกาสได้มาช่วยพวกเรา
เค้าเห็นคุณค่าของตัวเองเจอ จึงอยากทำงานช่วยคนพิการนี้ต่อไปอีก เรื่อยๆ ฉันฟังแล้วหัวใจฟองโต...ทำให้คนพิการได้ภูมิใจในตัวเอง
และสุดท้าย น้ำใจจากท่านพระอ.สมปอง ตาลปุตโต
ท่านไม่เพียงแต่มาเทศนาให้ฟรี แต่กลับบริจาคคืนด้วยปัจจัยที่บรรดาญาติโยมทั้งหลายที่มาทำบุญกับท่าน
ฉันล้มลงกราบท่าน และรู้สึกซาบซึ้งใจที่ท่านเห็นความตั้งใจทำงานของพวกเรา
น้ำตาค่อยไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อายใคร มันเป็นน้ำตาแห่งความปิติที่ได้ทำงานอย่างมีความสุข
ที่จริงวันนี้ตั้งใจจัดเพื่อให้ทุกคนมีความสุข แต่รับได้รับซะเอง แปลก แต่จริง !!!
ก่อนกลับบ้านพระอ.สมปอง ได้มาให้พรและสัมผัสเด็กๆทุกคนอย่างไม่รังเกียจรวมทั้งลูกหินด้วย...
ฉันรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ท่านเอ็นดูเด็กๆ ของพวกเรา มันเป็นความสุขที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
เอิบอิ่มอยู่ข้างใน คิดทีไร...เป็นต้องยิ้มทุกที
พอตกเย็น...ทุกคนที่บ้านต่างสลบสไหล น้าจิตรเหนื่อยมาก ฉันเลยให้น้าจิตรพัก และดูแลลูกหินเอง
แม้เหนื่อยสักแค่ไหน เราเป็นแม่ก็ต้องพร้อมดูแลลูกให้ได้...ลูกชายคนเก่งเหนื่อยจนเกือบเป็นไข้
เห็นท่าไม่ดี...เลยรีบรักษาลูก ก่อนที่จะป่วย พวกเราพากันนอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม
ลูกหิน...เก่งจริงๆ ครับ ลูกชายแม่...หนูเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดในโลกเลย
เพราะหนูเป็นต้นแบบให้คนที่กำลังท้อแท้ กลับหันมามองหนูว่า...แม้เกิดมาพิการ...จนหาความสมบูรณ์ไม่เจอ
แต่ก็อยู่ได้อย่างสมบูรณ์พูนสุข จริงไหมครับ...ลูก
ปล. ดูรูปในงานได้ที่ http://www.cp-homeschool.com |