ความจริงแม่ตั้งใจจะมาอัพไดอารี่ตอนหนู 6 เดือน
แต่ว่าไม่มีเวลาเลย ยุ่งมากทั้งงานราษฎร์งานหลวง
จะ(แอบ)อัพฯ ที่ทำงานก้อไม่ได้ เค้าล็อคเน็ตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนที่บ้านก้อไม่สามารถ เพราะว่าช่วงที่ผ่านมา
น้องอุ่นได้แปลงร่างเป็นหมีโคอาลาโดยสิ้นเชิง
เกาะติดแม่แน่น จนแม่ไม่สามารถจะหาเวลามาอัพไดได้เลย

หนูไปรับวัคซีนครบ 6 เดือน เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา
หลังจากที่อาการไข้หายเรียบร้อยแล้ว
ซึ่งก่อนไปรับวัคซีน แม่กับพ่อก้อพาหนูไปตรวจนิ้วโป้งข้างซ้ายมาอีกรอบ
คุณหมอบอกว่า ไว้ตอน 1 ขวบค่อยมาตรวจอีกที และให้เอ็กซเรย์ดูนิ้วหนูด้วย
น่าเสียดายที่คุณหมอไม่ได้อยู่ที่รพ. พระมงกุฎ แล้ว
แต่คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไร จะฝากฝังกับคุณหมอท่านอื่นให้
หากต้องทำการผ่าตัดนิ้วหนูจริงๆ
ซึ่งแม่ว่าคุณหมอใจดี และเข้าใจเพราะหากผ่าที่รพ.พระมงกุฎ
เราก้อจะเสียค่าใช้จ่ายไม่เท่าไร เพราะน้องอุ่นใช้สิทธิ์ของพ่อโอ๋ได้
น้ำหนักของหนู ณ 6 เดือน กับอีก 1 อาทิตย์ อยู่ที่
7.9 กิโลกรัม ยาว 68 ซม. รอบศีรษะอยู่ที่ 42.5 ซม.
ตอนที่คุณหมอตรวจหนูอยู่ หนูไม่อยู่นิ่งเลยลูก
เคลื่อนไหวตลอดเวลา เอามือไปบีบสายหูฟังของคุณหมอด้วย
ทำเอาคุณหมอออกปากว่า ช่างเป็นเด็กที่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวจริงๆ
ก่อนออกจากห้อง พ่อโอ๋ปรึกษากับคุณหมอว่า ช่วงนี้น้องอุ่นตื่นนอนตอนกลางคืนบ่อยๆ
แล้วตื่นทีก้อต้องกินเต้าแม่ จะทำยังงัยดี
คุณหมอบอกว่า ลองเปลี่ยนเวลาให้อาหารเสริมดู จากเช้าเป็นเย็น
เผื่อจะทำให้หนูอิ่มท้อง และหลับได้นานขึ้น
(ซึ่งแม่ลองทำแล้ว ไม่ดีขึ้น บางครั้งดูหนักกว่าเดิม
เพราะดูเหมือนหนูจะไปอึดอัดท้องเอาตอนดึกๆ)
แล้วไว้แม่จะมาบันทึกถึงสาเหตุ วิธีการและผลลัพธ์
ที่แม่ใช้ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการนอนของน้องอุ่นอีกทีนะลูก
และก้อเหมือนเดิมฉีดวัคซีนคราวนี้ หนูเก่งมากลูก ไม่ร้องไห้เลย
พี่พยาบาลชมเปาะว่าเก่งจังเลยไม่ร้องไห้ด้วย
แต่พ่อโอ๋บอกว่ามีสองอย่างที่น้องอุ่นไม่ร้องตอนฉีดวัคซีน
หนึ่งคือ พี่พยาบาลมือเบามากกก
กับสอง น้องอุ่นไขมันเยอะเลยไม่(รู้สึก)เจ็บ!!
ซึ่งพ่อโอ๋เห็นว่าน่าจะเป็นข้อสองมากกว่าที่ทำให้หนูไม่ร้องไห้เวลาโดนฉีดยา
(ช่างเป็นคุณพ่อที่มองโลกในแง่ดี(เหรอ?)อะไรเช่นนี้)

สำหรับพัฒนาการของน้องอุ่นในช่วง 6 เดือนก้อคือ
นั่งได้แข็งขึ้น นานขึ้น แต่ยังลุกนั่งเองไม่ได้
แต่บางครั้งชอบทิ้งตัวลงนอนหงาย ซึ่งตรงนี้แม่ต้องระวัง
เพราะไม่อย่างนั้นหนูอาจจะทิ้งตัวแล้วหัวฟาดพื้นได้
พลิกคว่ำ พลิกหงายได้เก่งขึ้น แต่ยังคลานไม่ได้
ได้แต่คืบกระดึ๊บๆ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะกระดึ๊บถอยหลังเสียมากกว่า
แต่ถ้าหนูอยากได้ของเล่นที่อยู่ข้างหน้า หนูจะยันตัวช่วงอกขึ้น
และทิ้งตัวลงไปข้างหน้า ก้อจะทำให้ตัวหนูพุ่งไปข้างหน้าเพื่อหยิบของชิ้นนั้นได้
นั่งเล่นคนเดียวได้นานขึ้น หัวเราะเก่งขึ้น ชงเอง หัวเราะเองได้
แต่บางครั้งก้อยังทำหน้าแบบเสือยิ้มยากเหมือนเดิม
ชอบเล่นจ๊ะเอ๋ รู้วิธีการที่จะแอบดูว่าพ่อกับแม่ซ่อนอยู่ตรงไหน
จำหน้าสมาชิกในบ้านได้ เห็นแม่จะยิ้มหวานให้ และโผเข้าหา
โดยเฉพาะกับคุณตา ถ้าหนูเห็นคุณตาผ่านมาจะกางแขนออก ส่งเสียงเรียก อื้อๆๆ
เพื่อเป็นการบอกให้คุณตามาอุ้มไปเดินเล่น
และมักจะส่งเสียงเล็กเสียงน้อย ดีดตัวไปมา เวลาคุณตาพาไปเดินเล่นรอบๆ บ้าน
และรู้จักเหนี่ยวคอคนที่อุ้ม หากไม่อยากไปกับคนอื่น
คำพูดติดปากน้องอุ่นช่วงนี้คือ แม่มๆๆๆ แม่ๆๆๆ
ทุกครั้งที่จะเริ่มร้องไห้ หรือตื่นมาไม่เห็นใคร จะร้องคำนี้
ซึ่งคงเป็นคำพูดติดปาก มากกว่าที่จะรู้ความหมายที่แท้จริง
ที่สำคัญ ติดแม่อย่างแรง โดยเฉพาะตอนเช้ามืดต้องตื่นมาส่งกันทุกเช้า
ถ้าแม่ยังอาบน้ำอยู่ พ่อโอ๋ไปอุ้มมาปลอบ ปลอบกันให้ตายก้อไม่เงียบ
ไม่รู้เป็นอะไร แต่ถ้าเห็นหน้าแม่จะโผหา พออุ้มจะเงียบทันที
แล้วถึงจะยอมให้พ่อโอ๋อุ้ม แต่ถ้าเป็นเวลาอื่นพ่อโอ๋อุ้มได้ จัดการได้ไม่มีปัญหา
ใช้นิ้วมือจับสิ่งของได้นานขึ้น เปลี่ยนไปมาระหว่างสองมือได้
หากทำของตกลงพื้น มองตามได้
ช่วงนี้พยายามเหนี่ยวตัวลุกขึ้นยืนเอง แต่ยังทำไม่ได้
แต่ถ้าจับยืนจะเอามือเหนี่ยวคอไว้ ยืนได้นานซักพักนึง
ดูดน้ำจากหลอดได้แล้ว ตอนแรกสำลักนิดหน่อย
แต่พอดูดได้ ถ้าดูดเยอะเกินไปกลืนไม่ทันจะใช้วิธีปล่อยน้ำให้ไหลออกจากปากเอง
กินอาหารเสริมยังไม่ค่อยเก่ง ยังไม่ค่อยรู้วิธีอ้าปากรับช้อน
คนป้อนต้องใช้วิธีหลอกล่อเอาของให้ถือ ดูจังหวะที่อ้าปากบ่นๆ หรือจะอมของในมือ
รีบป้อนเข้าไป แต่จะชอบดูดน้ำซุปจากช้อนมากกว่า
และก้อชอบเอามือช่วยจับช้อนด้วย เวลาที่กินอาหาร
เวลาจะไม่กินแล้ว แม่เห็นเด็กอื่นจะใช้วิธีเม้มปาก หรือหันหน้าไปทางอื่น
แต่น้องอุ่นจะใช้วิธีร้องไห้แทน ดีดตัวพร้อมกับร้องไห้
เป็นการส่งสัญญาณว่าพอแล้ว อิ่มแล้ว
แต่ที่น่าแปลกใจคือ หนูเป็นเด็กที่ชอบเอาของใส่ปาก ชอบอมของเล่น
หากให้ถืออะไรในมือจะชอบเอาปากสำรวจ
บางทีก้อชอบจับนิ้วมือคนอื่นเอาเข้าปาก
แต่พอจะเอาของกินป้อน หนูจะมองและไม่อ้าปากรับ
ไม่อ้าปากเวลาเห็นคนอื่นทานอะไร
ยกเว้นเวลาเห็นแม่หรือใครดื่มน้ำ จะชอบเอามือไปจับแก้วหรือขวดที่เค้ากำลังดื่มอยู่
อีกเรื่องนึงคือ หนูค้นพบความอร่อยจากนิ้วเท้าตัวเองแล้ว
จับมาดูดอย่างเมามันมากๆ ถ้าไม่ดูดก้อต้องเอื้อมมือไปจับเล่น
แถมตอนนี้เวลาดูดนมแม่ยังมีลีลาประกอบ
สมัยก่อนนอนดูดเฉยๆ อย่างมากก้อเอามือลูบหน้า ลูบหน้าอกแม่
จิกผมตัวเองมั่ง แต่เดี๋ยวนี้ต้องเอื้อมมือข้างนึง(ที่อยู่ด้านนอกตัวแม่)
ไปดึงเท้า ดึงขาให้มันยืดเล่น ประหนึ่งกำลังดัดตัวเล่นโยคะ
บางทีดูดๆ อยู่ก้อเอาปากออก ทิ้งหัวดิ่งลงไปที่พื้นแล้วนอนนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นนาทีๆ
พอแม่เก็บนมไม่ให้กิน ก้อจะหันกลับมากระชากเสื้อ กระเด้งตัวดึ๋งๆ เพื่อจะกินต่อ
แล้วเดี๋ยวนี้ยังขั้นเทพ บางทีถ้านอนด้วยกันบนเตียงใหญ่
เวลาตื่นมาหานม เริ่มมีปีนตัวแม่เพื่อกินนมแล้ว
บางทีนอนคว่ำพังพาบกับพื้น แล้วเอาคางเกยตัวแม่เพื่อดูดนม
ทำไปได้นะลูก......... น้องอุ่นเอ๊ย...

อีกเรื่องนึงที่แม่อยากจะบันทึกไว้ ถึงความลับของน้องอุ่นที่มันถูกเปิดเผยออกมา
ไม่มีอะไรมากหรอกลูก แม่ทำให้มันดูตื่นเต้นไปอย่างนั้นเอง
ก้อแค่ น้องอุ่นแพ้นมวัว เท่านั้นเองลูก
เรื่องมันเริ่มจากว่า พอหนูเริ่มกินอาหารเสริมแล้ว
มีอยู่วันนึงหนูไม่ยอมกินข้าวตุ๋น
คุณยายเลยลองเอาซีรีแล็คมาผสมนมแม่ให้หนูกิน
ซึ่งหนูก้อกินได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร
และคุณยายก้อป้อนหนูไปอีก 2-3 วัน ก้อยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
จนสุดท้ายวันอาทิตย์สิ้นเดือน พ.ค. พอดี
คุณยายเตรียมซีลีแล็คผสมมันฝรั่งบดให้แม่ป้อนหนู
ซึ่งหนูก้อกินได้ดี แต่พอกินเสร็จได้แป๊บเดียว
แม่ก้อสังเกตเห็นว่ารอบๆ ปากและคางรวมไปถึงคอของหนู
เกิดผื่นแดงขึ้นเป็นปื้นๆ คือมันลามไปเท่าที่มันเลอะไปตามตัวหนู
ซึ่งแม่ฟันธงได้เลยว่าเกิดจากหนูแพ้อาหาร แต่แม่ไม่แน่ใจว่าหนูแพ้อะไร
เพราะทั้งซีรีแล็ค มันฝรั่งบด รวมถึงน้ำซุปกระดูกหมูที่หนูซด
หนูกินมาหลายวันแล้ว และไม่เคยแพ้
แต่ใจแม่คิดว่าหนูแพ้ซีรีแล็คแน่นอน เพราะมันทำมาจากนมวัว
แต่คุณยายเถียงเพราะว่าให้หนูกินมาแล้วหลายครั้งก้อไม่เห็นเป็น
แม่เลยโทรไปถามที่รพ. พยาบาลบอกว่าเป็นอาการของการแพ้อาหาร
ซึ่งอาการแพ้บางครั้งอาจจะไม่เกิดขึ้นในทันที
แต่อาจเกิดจากการสะสมแล้วค่อยเกิดอาการแพ้ก้ได้
ถ้าหนูยังไม่ดีขึ้น พยาบาลบอกว่าให้รีบพาหนูไปหาหมอ
แต่แม่ดูอาการน้องอุ่นแล้ว เห็นว่ายังเล่นได้ ไม่มีอาการอะไรน่าเป็นห่วง
เลยเอาหนูไปล้างตัว และทายาแก้แพ้ให้แต่ตรงคอ
ไม่นานอาการแพ้ก้อหายไป ค่อยยังชั่วหน่อย
เลยมาสรุปกันว่า หนูน่าจะแพ้อะไรกันแน่
อย่างที่บอกแม่มั่นใจว่าหนูแพ้ซีลีแล็ค แต่คนอื่นๆ ในบ้านไม่มีใครเชื่อแม่
เค้าคิดว่าน่าจะเป็นอย่างอื่นได้ทั้งหมด ไม่ว่าผ้าเช็ดปากสะอาดไม่พอ ไปกันได้ทุกประเด็น
สุดท้ายเลยสรุปว่า งั้นให้งดทุกอย่างที่หนูกินวันนี้
แล้วอาทิตย์นึงผ่านไป ค่อยให้หนูลองทีละอย่างอีกทีนึง
ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้น คุณยายกีเห็นหนูไม่กินแครอทบดผสมน้ำซุป
เลยไปเอาซีรีแล็คมาผสมน้ำต้มสุกให้หนูกิน (ทำไม่ไม่เชื่อแม่นะ?)
และก้อแน่นอน หลังกินเสร็จรอบปากหนูก้อขึ้นผื่นแดงๆ เหมือนเดิม
เป็นอันว่าความเชื่อของแม่ถูกต้องแน่นอน...ลาก่อนซีรีแล็ค
แต่แม่ก้อยังบ้า อาทิตย์ถัดมาแม่นั่งกินโยเกิร์ตอยู่
เห็นหนูมองแล้วอ้าปาก อุ๊ย...ตื่นเต้น นานๆ ทีลูกจะอ้าปากตอนเห็นเรากินอะไร
เลยตักโยเกิร์ตให้หนูลองกินดู ในปริมาณที่น้อยมากๆ แค่ปลายๆ ช้อน
ซึ่งหนูก้ออ้าปากรับโดยดี แถมทำหน้าทำตาเคลิ้มสุดๆ ประมาณว่าอร่อยมาก
แม่เลยป้อนให้ชิมอีกจิ๊ดนึง หูย...กระดี๊กระด๊าสุดๆ
หลังจากนั้นคุณยายก้อพาขึ้นไปอาบน้ำ เพราะแม่กำลังจะออกไปทำธุระข้างนอก
ปรากฏว่าคุณยายเรียกแม่และอุ้มหนูมาให้ดู เลยเห็นว่า
รอบๆ ปากหนู มีผื่นแดงๆ ขึ้นอีกแล้ว แต่ไม่เยอะเท่าไร
เท่านั้นแหละลูกเอ๊ย..... ฟันธง!!!!! แพ้นมวัวชัวร์ๆ ไม่มั่วนิ่ม
ซึ่งแรกๆแม่ก้อไม่แน่ใจ ว่าหนูแพ้นมวัวแน่หรือเปล่า
แต่หลังจากหนูมีอาการแพ้ หลังจากกินพวก dairy product ทั้งสามครั้ง
รวมถึงแม่ได้ปรึกษาป้าจิบ และแม่บิ๋มที่ไปถามคุณหมอให้
(ขอบคุณป้าจิบและแม่บิ๋มด้วยนะคะ)
ฟันธงได้เลยว่า ชัวร์ ไม่มั่วนิ่ม หนูแพ้นมวัวแน่นอนลูกเอ๊ย
ตอนแรก แม่ก้อแอบงงๆ นิดหน่อย
เพราะตอนแรกเกิด รพ.ก้อให้หนูกินนมผสม
รวมถึงช่วงอยู่ในเดือนหนูก้อกินนมผสมบ้าง แต่ก้อไม่เยอะเท่าไร
แล้วทำไมถึงเพิ่งจะมาแพ้เอาตอนนี้
แม่บิ๋มใจดี มีน้ำใจมาก ไปปรึกษาป้าหมอประจำตัวของโอ๊ยโหย๋ให้
ได้ความว่า ส่วนใหญ่แล้วเด็กที่แพ้นมวัว จะเริ่มมีอาการแพ้เมื่อกินนมวัวติดต่อกันไปพักนึง
แล้วไปออกอาการในเดือนที่สองหรือสาม
ซึ่งในกรณีของน้องอุ่น ในช่วงเดือนแรกกินนมผสมก้อจริง
แต่ในปริมาณไม่มากเท่าไร และไม่ได้กินติดต่อกัน
กินเพื่อเสริมตอนนมแม่ไม่พอเท่านั้น
เลยไม่ออกอาการแพ้ให้เห็นในช่วงนั้น
เพราะหลังจากปลายๆ 1 เดือนเป็นต้นมา น้องอุ่นกินนมแม่อย่างเดียวมาตลอด
ส่วนที่กินซีรีแล็คในช่วงแรกแล้วยังไม่แพ้ อาจเป็นเพราะว่า
คุณยายเอาผสมกับนมแม่เลยยังไม่ออกอาการ
แต่พอกินติดๆ กันหลายวัน และวันสุดท้ายไม่ได้ผสมกับนมแม่เลยออกอาการ
ส่วนโยเกิร์ตไม่ต้องพูดถึง นมวัวแบบเข้มข้นดีๆ นี่เอง
เลยออกอาการชัดเจน
แต่ก้อดีแล้วที่รู้ว่าหนูแพ้นมวัว รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัว
จะได้ทำให้แม่ระมัดระวังในการดูแลหนูให้ดีขึ้น
ระหว่างนี้ก้อกินนมแม่ กับอาหารเสริมไปก่อนนะลูก
ไว้หลังขวบนึงค่อยลองกันใหม่อีกทีละกัน
ตอนแรกแม่ตั้งใจว่าจะลดเวลาการปั๊มนมลงซะหน่อย
เพราะตอนนี้นมในสต๊อกมีค่อนข้างเยอะ จนตู้เย็นไม่มีที่จะเก็บอยู่แล้ว
แต่พอเจอเหตุการณ์นึ้ขึ้นมาก้อต้องปั๊มกันต่อไป
นมแม่จงเจริญ



|