ถ้าพูดถึงยุโรปตะวันออก ก็จะนึกถึง กรุงปราก เมืองหลวงของ เชค แต่ถ้านึกถึงสโลวัค เราก็นึกไม่ออกว่า เมืองหลวง คือ เมืองอะไร เพราะสมัยเรียน เค้าก็ยังเป็นประเทศเดียวกันอยู่ จนกระทั่งมีโอกาสได้ไปถึงสโลวัค ถึงได้รู้ว่า อ้อ เมืองหลวงของประเทศวโลวัคนี้คือ บราติสลาวา นี่เอง
สำหรับเมืองบราติสลาวานี้ก็เป็นเมืองไม่ใหญ่นัก เป็นเมืองเก่าเหมือนกัน มีลักษณtหลายอย่างคล้ายกับกรุงปราก แต่ก็ไม่อลังการเท่า เรียกว่า ต่างกันพอดูเลยทีเดียว แต่เค้าก็ยังใช้หน่วยเงินคล้ายๆกัน คือ เป็นเงินโคน แล้วก็ยังมีเมืองเก่าอยู่กลางเมืองจริงๆ เป็น old town square เหมือนๆกัน มีปราสาทอยู่กลางเมืองเช่นกัน แต่หากใครไปปราสาทปราก มาแล้ว ก็ไม่ต้องมาดูที่นี่เลย เพราะว่าจะผิดหวังแน่ๆ
อันนี้ก็เป็น old town square
 
ในเมืองนี้ก็จะมีแม่น้ำอยู่กลางเมือง เมื่อไม่นานมานี้ก็มีการสร้างสะพานขนาดใหญ่ ซึ่งมีการสร้างทางวิศวกรรมที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ แต่งีบหลับไปตอนเค้าบรรยาย เลยไม่รู้ว่าเป็นไง ถึงไม่หลับก็อาจจะฟังไม่รู้เรื่องก็ได้ สะพานที่ว่านี้ก็จะมองไปจากเมืองเห็นเด่นชัด อยู่วิวข้างๆปราสาทเลย ก็ดูเป็นความขัดแย้งที่ลงตัวละมั้ง เพราะว่าชาวเมืองเค้าก็ชอบและภูมิใจในสะพานของเค้าดีนี่นา
 
นอกจากนี้ก็มีโบสถ์เก่าซึ่งเป็นที่สวมมงกุฎของพระราชามาแล้วหลายพระองค์ แต่ว่าปัจจุบันก็ไม่ได้เป็นที่ท่องเที่ยวที่โด่งดังนัก สำหรับปราสาทของที่นี่ ก็มีเรื่องมาเล่าอีกเช่นเคย ปราสาทที่นี่ได้เป็นที่อยู่ของพี่สาว (เอ หรือว่าน้องสาวก็ไม่แน่ใจ) คนหนึ่งของพระนางมารีอังตัวแนตที่โด่งดัง คือ เป็นลูกสาวอีกคนของพระนางมาเรียเทเรเซีย ของออสเตรียซึ่งนับว่าเป็นประเทศที่มีอำนาจมากประเทศนึงในสมัยนั้น พรนางมาเรียเทเรเซียนั้นจะให้ลูกๆแต่งงานไปกับราชวงศ์ของประเทศอื่นในยุโรป เพื่อกระชับสัมพันธ์ด้วยเหตุผลทางการเมือง อย่างเช่น พระนางมารีอังตัวแนตที่แต่งงานไปกับพระเจ้าหลุยส์ของฝรั่งเศสก็เช่นกัน แต่เจ้าหญืงองค์ที่ประทับที่ปราสาทของเมืองบราติสลาวานั้น เป็นองค์เดียวที่ได้แต่งงานตามใจของตนเอง จึงว่ากันว่า ทรงเป็นองค์ที่พระนางมาเรียเทเรเซียทรงรักมากที่สุด

อาจารย์ชาวสโลวัคที่ไปด้วยกันเล่าว่าในปัจจุบัน ปราสาทแห่งนี้ก็กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ ที่เก็บข้าวของต่างๆ แล้วก็มีห้องที่ไว้จัดงานแจกปริญญาบัตร เพราะอาจารย์เค้าได้รับปริญญาเอกในห้องในปราสาทแห่งนี้ โอ้โฮ ฟังแล้วขลังดีจริงๆเลย
จากเมืองบราติสลาวานี่ก็สามารถเดินทางไปออสเตรียได้ ห่างไปประมาณ 60 กิโลเมตรเอง นั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมงก็ไปเที่ยวได้แล้ว การนั่งรถไฟไปก็ซื้อตั๋วถ้าไปกลับก็คนละ สิบกว่ายูโรเท่านั้นเอง ไม่ถึงหนึ่งพันบาทด้วยซ้ำไป แต่ที่น่าสังเกตคือ ถ้าซื้อตั๋วไปกลับโดยซื้อจากบราติสลาวาไปออสเตรีย กับซื้อจากออสเตรียมาบราติสลาวา ราคาไม่เท่ากันแฮะ เค้าบอกว่าตอนไป คือ ปีที่แล้วนี่ สโลวัคยังไม่เข้าใน EU ทำให้ราคาข้างของยังถูก คนหลายๆคนก็ข้ามมาซื้อของที่นี่ แต่ในปี 2008 นี้ ก็จะเริ่มเข้า EU แล้ว ก็จะใช้เงินยูโรได้แล้ว เค้าก็บอกว่า ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดี มันก็ดีที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ EU แต่ข้าวของแพงขึ้นก็คงไม่ดี แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้แพงไปเท่าไหร่แล้ว เพราะโดนค่าน้ำมันเข้าไปด้วยนี่นา |