
มาอัพความเคลื่อนไหวของปายดีกว่าจ๊ะ
ว่าด้วยเรื่องการฝึกฉี่ๆๆๆๆ และการฝึกอึ๊ๆๆ
จากที่ได้อ่านไดฯ ของพ่อโน ของสาวไนท์ขาแด๊นซ์
และคุณแม่เปิ้ล ของหนุ่งปิกนิกสุดหล่อ

ก็ทำให้อิแม่บรรเจิดอยากฝึกลิง(ลูก) ให้มีความเป็นระเบียบบ้าง
บวกกะยายเจ้าปายเคยบอกให้ฝึกตั้งนานแระ
แต่แม่ก็ยังมิสามารถทำได้ อ้างว่ายุ่งหรือต่างๆ นาๆๆ ที่จะสรรหามาอ้าง
เอาว่ะ สู้ตายโว้ย .......... แม่ก็เริ่มฝึกจับถอดกางเกงทุก 10 นาที
แต่ก็มิบังเกิดผลแต่อย่างใด (ปายมันทำหน้างง งง ใส่อีกต่างหาก)
ใช้เวลาฝึกอยู่หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป
ฮ่วย....... บ่ได้ผลคืบหน้า
เหมือนเดิมตรู ..ต้องซักผ้าที่ละตะกร้าเหมือนเดิมเลย
และแล้ววันนั้นของเราก็มาถึง
มันมีเหตุให้ป๊าอาบน้ำให้ลูก
(สบายแม่มันไป ฮี่ๆๆๆ ชอบน่ะนั่นอ่ะ) แม่ทำข้าวต้มปลาให้ปายอยู่อ่ะน่ะ
อิแม่เงี่ยหูฟัง
ทำไรกันอ่ะได้ยินเสียงคุยกันกระหนุงกระหนิง
( อิลูกไม่แผดเสียงก้องกังวานให้ได้ยิน)
ได้ยินแต่ป๊าบอก ฉี่ๆๆๆ ต้องถอดกางเกงน่ะ

เชื่อกันป่ะ
แค่ประโยคของป๊าสั้นๆๆ แค่นั้นแหละ แม่เจ้า!!
วันนั้นพี่ปายก็ไม่ฉี่รดกางเกงเลย
พอจะฉี่ก็ถอดกางเกงและนั่งลงยองๆๆๆ
(ได้ทุกที่ หน้าบ้าน หลังบ้าน บนถนนหน้าบ้านใครๆๆก็ได้อ่ะ)
สรุปแม่มันทึ่ง อึ้ง
เก็บความสงสัยไว้ถามป๊าดีกว่า ว่าฝึกกันไงอ่ะ

แต่สิ่งนึงที่มันล้นออกนอกใจคือ แม่ยิ้มหน้าบานดีใจว่ะ
ลูกไม่ฉี่รดกางเกงแล้ว ฮี่ๆๆๆ
รีบโทรไปอวดยายทันที
วันแรกผ่าน
วันที่สองผ่าน
ผ่านมาซัก 4-5 วันเกิดเรื่องเลย และทุกๆๆวัน
มีการพลาดพรั้งไปบ้าง ถ้าแม่มัวแต่เม้าส์แตก หรือไม่สังเกตอาการปายอ่ะน่ะ
(ลูกก็ไม่ถอดเกงแระ ต้องรอให้แม่ถอดให้ งือๆๆๆ) ไรฟร่ะ
แต่ก็ถือเป็นผลที่น่าพอใจ
เป็นอย่างยิ่งที่ซู้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เอาว่ะ ได้แค่นี้ก็ภูมิใจแระ
เอาไรมากกะเด็ก 19 เดือนเน๊อะ (1.7เดือน)
ส่วนอึ๊ เป็นเรื่องยาก
ต้องคอยจับสีหน้าและอาการเอาเอง ถ้ายืนนิ่งๆๆ
หน้าตานิ่งๆๆ หละก้อ เตรียมหิ้วไปนั่งกระโถนได้เลย
(กระโถนต้องแห้งด้วยน่ะ ถ้าเปียกหล่ะมีปัญหา ชีไม่นั่งอ่ะ )

การปรับสภาพของสองเรา
คือระหว่างเรา แม่มันแหละตัวดี
คือคิดอยู่ตลอดว่าไม่สามารถเลี้ยงลูกได้อ่ะ
คืออยู่ในสภาวะเครียดตลอดเวลาที่นั่งเลี้ยงลูกอยู่บ้าน
โมโห อยากร้องไห้ อยากกลับบ้าน แงๆๆ
สารพัดที่จะน้อยใจ
คือ ปายอยู่ในขั้นที่เขาก็ปรับตัวเช่นกัน ปรับมากๆๆ ด้วยน่ะ
กลายเป็นเด็กงอแงมากๆๆๆๆ (หลายมากด้วยน่ะ)
มันทำให้คนเป็นแม่อยางเราจิตหลอนตลอด
คือกลัวตอนค่ำ
เพราะพอค่ำมันจะร้องหาแต่แม่ แม่อุ้มตลอดๆๆ ป๊าก็ไม่เอา ใครก็ไม่เอา
และทุกเที่ยงคืนมันก็จะลุกมาละเมอเพ้อพก เรียกแม่มา แม่มา
ทั้งๆที่แม่ก็กอดอยู่ อุ้มอยู่
ก็ใช่ว่าจะเงียบน่ะ ร้องเป็นวรรค เป็นเวร อยู่ร่วมชั่วโมง
(เกรงใจบ้านข้างๆมากเลย)
เป็นอยู่แบบนี้หนักมาก ร่วมสัปดาห์
จนกลายเป็นเด็กที่ขาดแม่ไม่ได้ซะแระ แม่งอมไปเลยตอนนั้น
ถ้าตรูเป็นกล้วยคงช้ำ ๆๆ ดำๆๆ เอาไว้ให้นกกินอ่ะน่ะ
แย่มากๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งจิตใจและร่างกาย
พร่ามอยู่นาน ณ ตอนนี้สภาพที่กล่าวไว้ไม่เป็นแระ
ปายกลับมาเป็นเด็กที่ร่าเริงคนเดิมแระ
ตอนที่ปายเป็นหนัก ท้อใจน่ะ
อยากจะส่งเขาไปให้ยายเลี้ยงเหมือนเดิม
คิดแต่จะผลักภาระให้พ้นตัวว่างั้นเหอะ แต่ตอนนั้น
คิดเป็นจริงมากๆๆ ด้วยน่ะ
คือนึกแต่จิตใจตัวเองไง
ไม่ได้มองย้อนที่ตัวลูกว่าเขาต้องปรับสภาพจิตใจมากกว่าเราแค่ไหน
ปกติยายเป็นคนเลี้ยงมาตลอด
แม่ก็ปรู้ดปร๊าดอยู่แถวนั้นแหละ (ทำงาน)
สภาพแวดล้อมก็คนเดิมๆ คนชินหน้ากันทั้งนั้น
พอเปลี่ยนสถานที่ก็เริ่มเลย จนร่วม 1 เดือนเต็ม
เหตุเพราะแม่โทรให้ยายมาหาปาย แม่รับมือไม่ไหวแระ
ยายมาช่วยหน่อยเหอะ

โอ้!พอยาย มาน่ะ
แม่มันน้ำตาแทบไหลพรั๊กกก คืออาการงี่เง่าที่กล่าวไว้หายกันทั้งแม่ทั้งลูก
ปายรู้สึกจะแฮปปี้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
นอนกะยายไปซะหลายคืนด้วยอ่ะ
ตอนนี้แม่เข้าใจปายแระ ว่าแม่คิดเอาแต่ได้
คิดว่าปายต้องงั้น ต้องงี้ วาดฝันไว้ต่างๆๆนาๆๆ
โดยลืมคิดถึงจุดละเอียดอ่อน หรือลืมมองที่ตัวลูกอ่ะน่ะ
ต่อไปเราก็จะปรับตัวกันให้เยอะๆๆๆ
แม่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเลยจ้า....
จะไม่ทำตัวเป็นนางยักษ์เหมือนที่ผ่านมาแระ (ถ้าปายไม่ดื้อน่ะ )
ดื้อเมื่อไหร่นางยักษ์จะแผลงฤทธิ์กันมั่งหล่ะ

ต่อด้วยทริปย้อนหลังไป หัวไทร มาจ๊ะ
ทุเล๊ ทุเล ของน้องปาย
สายลม และสามเรา
ถึงแม้สถานที่จะเดิมๆๆ แต่ความรู้สึกที่ไปทุกครั้งมันก็ต่างกันเน๊อะ
คราวนี้ไปยืนเบ่งอึ๊แตกด้วยอ่ะ อี๋๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐