
จริงๆหนุงหนิง...ว่าจะมาอัพไดอารี่ก่อนที่ จะบินกลับเมืองไทยเท่านั้น
เพราะไม่อยากจะใช้งานมือขวามากๆ เลยไม่ได้เข้ามาอ่านไดอารี่เลย
แต่คราวนี้ เซ็งมากเลย โดนอีกแล้วเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ภาพเนี่ย
อย่างคราวก่อนที่โดนเอารูปงานแต่งงานไปแอบอ้างในเวบคู่สร้างคู้สม
ก็เป็นเรื่อง ทำให้ต้องตามเช็ดตามล้างอยู่หลายวันเลย
ปกติจะเช็คเมล ไม่ทุกวัน นอกจากมีเรื่องด่วน หรือถามตอบถึงจะเช็คบ่อย
เมลฉบับนี้ได้จาก น้องโอ๋ไดเลิฟ นี้แหละ...แต่น้องเค้าคงจำภาพไม่ได้เพราะภาพเล็กนะ
แต่หนุงหนิง...ก็ได้เมลอีกฉบับจาก แม่น้องน้ำไดอิส ที่ถามมาว่า
พี่หนุงหนิง เขียนเรื่องนี้หรือเปล่า ช่วยดูที่รูปนะคะ
เลยต้องรีบอ่านเมลฉบับนี้สะแย้ว แบบว่าเมล Forward เยอะมากๆ จะเลือกอ่านนะ

เนื้อหาของเมลเป็นทำนองนี้
Subject: FW: อันตราย ! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ... หยุดลมหายใจ Date: Thu, 26 Jun 2008 02:11:07 -0400 From: mea.bkker.rsvn2@execapartments.com To: oacute1980@hotmail.com; gotkrub@hotmail.com; aum519@hotmail.com; num119@hotmail.com
Subject: อันตราย ! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ... หยุดลมหายใจ
Be careful ka 
อันตราย ! ฝาครอบแก้วชาไข่มุก ... หยุดลมหายใจ
> ปุ๊ ! เสียงหลอดกาแฟอันโตกระแทกเจาะฝาครอบแก้วชาไข่มุก
> เศษฝาพลาสติกแผ่นกลมขนาดเท่าปลายหลอดตกลงสู่ก้นแก้ว
> ฉันดูดเครื่องดื่มสุดโปรดอย่างหิวกระหายและ กระดกแก้วกินน้ำแข็งจนเกลี้ยงตามความเคยชิน
> เมื่อจะทิ้งแก้วลงถังขยะ ฉันแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่เห็นเศษฝาพลาสติกอยู่ในแก้วเหมือนทุกคราว
> แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก

> สักพัก รู้สึกเหมือนมีบางสิ่งลักษณะเป็นแผ่นบาง ๆ ติดอยู่ในคอ
> แม้จะพยายามล้วงและดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้อาเจียนแต่สิ่งนั้นก็ไม่ยอมหลุดออกมา
> ฉันรู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เริ่มติดขัด อาจารย์และเพื่อน ๆ จึงรีบพาส่งโรงพยาบาล
> เมื่อไปถึงโรงพยาบาล 
> หลังจากรอหม ออย ู่เกือบสองชั่วโมง หมอก็ให้ลองกลืนน้ำดู ปรากฎว่ามีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่จริง
> ตามด้วยการเอกซเรย์ ซึ่งสูญเปล่า เพราะไม่เห็นสิ่งแปลกปลอมนั้นเลย
> จึงตัดสินใจให้วางยาสลบเพื่อส่องกล้องตรวจหาต้นเหตุ ระหว่างนั้นฉันยังรู้สึกตัวดีอยู่ทุกอย่าง
> จนกระทั่งหลังวางยาสลบ 
> ท่อส่องทางเดินอาหารขนาดใหญ่ประมาณท่อประปาขนาดเล็ก
> สอดจากปากผ่านลงไปตามทางเดินอาหาร
> แต่ไม่รู้ด้วยโชคร้ายของฉัน หรือด้วยความประมาทเลินเล่อของใคร
> แทนที่เจ้าท่อนี้จะเป็นอุปกรณ์ในการตรวจเพื่อช่วยชีวิตฉัน
> หลังการตรวจ มันกลับทำให้ฉันรู้สึกปวดแน่นหน้าอกและหลังอย่างสุดจะบรรยาย
> เมื่อฟื้นจากยาสลบ แม่บอกว่าฉันปากซีด ตัวเขียว และไข้ขึ้น
ผิดกับเมื่อตอนก่อนส่องกล้องราวกับคนละคน จนแม่ใจหาย รีบตามหมอกลางดึก

> การกลืนแป้งเพื่อเอกซเรย์เริ่มขึ้น
> ผลปรากฎว่า หลอดอาหารทะลุ ต้องผ่าตัดด่วน
> แต่แม่ไม่มีเงิน อย่าว่าแต่ค่าผ่าตัดที่สูงลิบลิ่วของโรงพยาบาลเอกชนเลย
> แม้แต่ค่าตรวจทั้งหลายก่อนหน้านี้
> ที่เกินวงเงินการประกันอุบัติเหตุของนักศึกษา เพียงไม่กี่พันบาท
> แม่ก็ไม่มี ทางโรงพยาบาลจึงขอยึดบัตรประชาชนของแม่ไว้
> เพื่อเป็นหลักประกันให้แม่หาเงินส่วนเกินมาชำระในภายหลัง
> หมอที่ส่องกล้องแนะนำให้ย้ายฉันไปโรงพยาบาลรัฐบาลที่เขาประจำอยู่
> แต่แม้จะเป็นโรงพยาบาลรัฐบาลก็ต้องคุยกันเรื่องค่าใช้จ่ายเช่นกัน
> แม่จึงวิ่งวุ่นติดต่อเรื่องใช้สวัสดิการบัตรประกันสุขภาพ 30 บาท
> กว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็เกือบเที่ยง นั่นแหละฉันจึงได้รับการผ่าตัด
>
> การผ่าตัดใช้เวลาเกือบ 4 ชั่วโมง เพราะรอยทะลุที่หลอดอาหารอยู่ใกล้ปอด
>น้ำย่อยจะไหลเข้าไปในปอดซึ่งอันตรายมาก หมอต้องผ่าตัดเปิดซี่โครงจากราวนมด้านซ้ายไปจนถึงสันหลังอีกข้าง
>แต่ถึงอย่างนั้น ก็ยังไม่สามารถซ่อมแผลได้หมด เพราะแผลในทางเดินอาหารเป็นทางยาว
>จากต้นคอถึงกระเพาะ ยาวถึง 30 เซนติเมตร

> สามวันหลังผ่าตัด ฉันลืมตาขึ้นมาพร้อมสายระโยงระยางเต็มตัว
> สายจากจมูกทั้งสองข้างเพื่อเอาน้ำย่อยในกระเพาะออกมา สายที่ไว้ดูด น้ำมูก น้ำลาย
> สายที่ต่อจากบริเวณซี่โครงที่ผ่าตัดเพื่อเอาเลือดจากแผลออกมา สายให้เลือด สายน้ำเกลือ

> สิบเอ็ดวันที่อยู่โรงพยาบาลเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
> กินอาหารไม่ได้อยู่เป็นอาทิตย์ ยิ่งเวลานอนจะรู้สึกทรมาน เพราะเจ็บที่บริเวณแผลผ่าตัดเป็นที่สุด
> หมอที่ส่องกล้อง ซึ่งช่วยหาหมอผ่าตัดให้ มาสารภาพในภายหลัง ว่า...
> แผลในทางเดินอาหารที่ยาวเหยียด เกิดจากการส่องกล้องไปดันเอาเศษแผ่นพลาสติก
> ซึ่งติดอยู่ที่ระหว่างหลอดลมและหลอดอาหารให้ครูดบาดไปตลอดทางเดินอาหาร
> แต่อย่างไรเขาก็ติดต่อหาหมอผ่าตัดที่เชี่ยวชาญให้ และเป็นความผิดพลาดที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
> เพราะมองไม่เห็นแผ่นพลาสติกแก้วที่ติดอยู่ที่หลอดลม/ หลอดอาหาร
> กรุณาช่วยส่งต่อเพื่อนๆ พี่ๆ เพื่อเตือนภัยคนที่เรารักและเป็นห่วงนะคะ
> กินชาไข่มุก แก้วต่อไป ระวังนะคะ แผ่นพลาสติกที่เจาะทะลุจากตัวแก้ว...อันตรายถึงชีวิตได้
> บอกลูกหลานด้วย โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบซื้อเครื่องดื่มทานเองค่ะ
> ฝาครอบแก้วที่ต้องเจาะรู... ผู้ปกครองควรช่วยดูแล

ตอนแรกแสกนผ่านๆ ป๊าดดดด เจอรูปตัวเองเลย เนื้อหาเมลฉบับนี้ ก็ดีนะเป็นการเตือนสติคนอื่น
แต่ไม่ดีตรงที่เอารูปคนอื่นไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาติ ถึงแม้จะลดขนาดสะเล็กนิดเดียวก็ตาม
บางคนอาจจะคิดว่า รูปมันเล็กเท่าขี้มด ช่างมันเถอะ แต่สำหรับหนุงหนิง มันเป็นรูปของเราอะ
รวมทั้งไม่รู้ว่าเค้าเขียนในเวบ แล้วค่อยส่งเป็น เมล Forward ให้คนอื่นอ่านหรือเปล่า
แอบสงสัย จริงๆแล้ว การส่องกล้อง เจ้าขนาด tube ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลยนะ แถมโค้งงอได้นี่นา
อาการมันจะแทรกซ้อนอะไรได้ขนาดนั้นนะ....ไม่รู้ว่าเรื่องแต่งหรือเรื่องจริง
แอบเซ็งนะ เพราะว่าถ้าเกิด เนื้อหาของเมล เป็นเรื่องอื่นที่ไม่ดีและน่าเสียหาย เช่น
ฉันโดนสามีทำร้าย ขณะฉันท้อง หรือว่า ฉันท้อง แต่ต้องมาติดเอดส์ และนอนร.พ.
และรูปที่ใช้ขนาดใหญ่กว่านี้...อาจจะทำให้คนอื่นเข้าใจคนในรูปผิดไปหรือป่าว
ก็ไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้า จะเจอเรื่องอะไรอีกบ้างหรือเปล่านะ ไม่อยากปรี๊ดดดดดดดดดดบ่อยๆ
เพราะถ้าเจออย่างนี้บ่อยๆ อาจจะหมดอารมณ์เขียนไดอารี่ออน์ไลน์หละ
เพื่อนๆจะตามไปดู ภาพขนาดใหญ่ต้นฉบับจากไดอารี่ตอนนี้ก็ได้นะ ถ่ายจากมือถือนะ
http://www.diarylove.com/vadaaaa/index.php?datestamp=20070716&thisday=1&dfMonth=7&dfYear=2007

ปล-ขอโทษด้วยนะทุกๆคน ที่หนุงหนิงแทบจะไม่ได้เม้นท์ไดอารี่ใครเลย
เพราะว่าถ้าพิมพ์เยอะๆ เส้นเอ็นมือข้างขวามันจะปวดร้าวกว่าเดิมนะ หมอให้พัก 2 อาทิตย์
แต่ก็พักไม่ได้มาก เพราะต้องดูแลน้องอัสนี่สิ งานใหญ่ และหนักเลย
|